รถล้มเองก็ใช้สิทธิ พ.ร.บ. ได้ ใครมีสิทธิรักษาโดยไม่ต้องสำรองจ่าย? สิ่งที่คนขี่มอเตอร์ไซค์และคนซ้อนควรรู้
รถล้มเองก็ใช้สิทธิ พ.ร.บ. ได้ ใครมีสิทธิรักษาโดยไม่ต้องสำรองจ่าย? สิ่งที่คนขี่มอเตอร์ไซค์และคนซ้อนควรรู้
หลายคนเข้าใจว่า สิทธิ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ ใช้ได้เฉพาะกรณีชนกับรถคันอื่น หรือใช้ได้เฉพาะผู้ขับขี่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ผู้ประสบภัยจากรถจักรยานยนต์จำนวนมากมีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลโดยไม่ต้องสำรองจ่าย แม้จะเป็นกรณีรถล้มเอง ชนฟุตบาท หรือชนสิ่งกีดขวางก็ตามการรู้สิทธิของตนเองจะช่วยให้เข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มความปลอดภัยหลังเกิดอุบัติเหตุ
ใครใช้สิทธิ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ได้บ้าง
ผู้ประสบภัยจากรถจักรยานยนต์ที่มี พ.ร.บ. คุ้มครอง สามารถใช้สิทธิได้ ได้แก่
ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์
ผู้โดยสารหรือคนซ้อน
คู่กรณีที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
จุดสำคัญคือ ค่าเสียหายเบื้องต้นตาม พ.ร.บ. สามารถได้รับความคุ้มครองโดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด ทำให้ผู้บาดเจ็บสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างรวดเร็ว
สิทธิค่ารักษาพยาบาลจาก พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์
เมื่อเกิดอุบัติเหตุทางรถและได้รับบาดเจ็บ ผู้ประสบภัยสามารถใช้สิทธิค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นได้ ดังนี้
1. ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ได้รับค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามจริง ไม่เกิน 30,000 บาท
2. ผู้โดยสาร (คนซ้อน) ได้รับค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามจริง ไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน
โรงพยาบาลสามารถเรียกเก็บค่ารักษาจากบริษัทประกันภัยตาม พ.ร.บ. ได้โดยตรง จึงช่วยลดภาระในการสำรองจ่ายของผู้ป่วยภายในวงเงินที่กฎหมายกำหนด
เหตุการณ์ที่สามารถใช้สิทธิได้ ได้แก่
1. รถล้มเอง
- เสียหลักล้มเอง
- ลื่นล้ม
- ชนฟุตบาท
- ชนเสาไฟฟ้า
- ชนสิ่งกีดขวาง
2. ชนกับยานพาหนะอื่น
- ชนรถจักรยานยนต์
- ชนรถยนต์
- ชนรถกระบะ
- ชนรถบรรทุก
- ชนรถพ่วง
- ชนรถโดยสาร
3. รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รถจักรยานยนต์พ่วงข้างได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ทั่วไป ทั้งนี้ต้องเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากการใช้รถที่มี พ.ร.บ. คุ้มครองอยู่
แผลถลอกหรือฟกช้ำเล็กน้อย ใช้สิทธิ พ.ร.บ. ได้หรือไม่
หลายคนคิดว่าหากไม่มีแผลใหญ่หรือกระดูกหัก ไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ ความจริงแล้ว แม้เป็นอาการบาดเจ็บเล็กน้อยก็สามารถใช้สิทธิรักษาได้ เพราะอุบัติเหตุบางครั้งอาจมีการบาดเจ็บภายในที่ยังไม่แสดงอาการในช่วงแรก
1. อาการปวด บวม ฟกช้ำ หรือผิดรูป
2. บาดแผลตามร่างกาย
3. ศีรษะกระแทก
- ปวดศีรษะ
- มึนงง
- วิงเวียน
- หมดสติ
- จำเหตุการณ์ไม่ได้
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ซึมลง
- ตาพร่ามัว
- มีน้ำใสหรือเลือดไหลออกจากหูหรือจมูก
4. หน้าอกและช่องท้องกระแทก
- ปวดหน้าอก
- เจ็บชายโครง
- แน่นหน้าอก
- หายใจแล้วเจ็บ
- ปวดท้อง
- ปวดท้องน้อย
- ปัสสาวะมีเลือดปน
หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์โดยเร็วเพื่อประเมินการบาดเจ็บอย่างละเอียด
อาการที่ควรเข้ารับการตรวจ ได้แก่
เพื่อความรวดเร็วในการใช้สิทธิ พ.ร.บ. ควรเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้
1. บัตรประชาชน หรือใบขับขี่ของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
2. สำเนาทะเบียนรถ หรือภาพถ่ายเล่มทะเบียนรถ
3. สำเนาหน้าตาราง พ.ร.บ. หรือหลักฐานการทำ พ.ร.บ.
4. บันทึกประจำวัน
5. ภาพถ่ายรถคันเกิดเหตุ
- เห็นทะเบียนรถชัดเจน
- เห็นรอยเสียหายหรือรอยถลอกของรถ
6. ภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุ (หากมี)
เอกสารที่ควรเตรียมเมื่อมาโรงพยาบาลด้วยตนเอง
ผู้ที่สามารถใช้สิทธิ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ได้ ไม่ได้มีเฉพาะผู้ขับขี่เท่านั้น แต่รวมถึงผู้โดยสารหรือคนซ้อน และคู่กรณีที่ได้รับบาดเจ็บด้วย ที่สำคัญ แม้จะเป็นกรณีรถล้มเอง ลื่นล้ม ชนฟุตบาท หรือชนสิ่งกีดขวาง ก็ยังสามารถใช้สิทธิค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นได้ โดยไม่ต้องสำรองจ่ายภายในวงเงินที่กฎหมายกำหนด
หากได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ไม่ว่าจะเป็นแผลถลอก ฟกช้ำ ปวด บวม หรือศีรษะกระแทก ควรเข้ารับการตรวจประเมินจากแพทย์โดยเร็ว เพราะการบาดเจ็บบางชนิดอาจรุนแรงกว่าที่เห็นจากภายนอก และการรักษาอย่างทันท่วงทีจะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในอนาคต
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
ご質問がある場合やスタッフに連絡したい場合
病院の住所
65/28 ถ.จันทอุดม ต.ท่าประดุ่
อ.เมือง จ.ระยอง 21000