น้ำกระท่อม: ความรู้ทางการแพทย์และกฎหมายที่ประชาชนควรรู้
น้ำกระท่อม: ความรู้ทางการแพทย์และกฎหมายที่ประชาชนควรรู้
น้ำกระท่อมเป็นเครื่องดื่มที่ได้จากการนำใบของพืชกระท่อม (Mitragyna speciosa) มาต้มกับน้ำ โดยกระท่อมเป็นพืชพื้นถิ่นที่พบได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคใต้ มีการใช้ในวิถีชีวิตของประชาชนมาเป็นเวลานาน ทั้งเพื่อบรรเทาความเหนื่อยล้า เพิ่มความกระฉับกระเฉง และลดอาการปวดบางชนิด
สารสำคัญที่พบในใบกระท่อม ได้แก่ ไมทราไจนีน (Mitragynine) และ 7-Hydroxymitragynine ซึ่งออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางและตัวรับโอปิออยด์ (Opioid Receptors) ในสมอง จึงส่งผลต่อความรู้สึก การรับรู้ความเจ็บปวด และอารมณ์ของผู้ใช้
กระท่อมมีผลต่อร่างกายอย่างไร?
ผลของกระท่อมขึ้นอยู่กับปริมาณที่ได้รับ
1. เมื่อได้รับในปริมาณน้อย ผู้ใช้มักมีอาการ
- รู้สึกตื่นตัว
- ลดความเหนื่อยล้า
- มีสมาธิมากขึ้น
- เพิ่มความสามารถในการทำงานที่ใช้แรง
ด้วยเหตุนี้ ในอดีตแรงงานบางกลุ่มจึงนิยมเคี้ยวใบกระท่อมหรือดื่มน้ำกระท่อมระหว่างการทำงาน
2. เมื่อได้รับในปริมาณมาก อาจทำให้เกิด
- ง่วงซึม
- รู้สึกผ่อนคลาย
- ระงับอาการปวด
- คลื่นไส้ อาเจียน
- เวียนศีรษะ
- ท้องผูก
ในบางรายอาจเกิดภาวะกดระบบประสาทส่วนกลาง โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์ ยานอนหลับ หรือยาเสพติดชนิดอื่น
ประโยชน์ทางการแพทย์ของกระท่อม
ปัจจุบันนักวิจัยทั่วโลกให้ความสนใจศึกษาสารไมทราไจนีนอย่างมาก เนื่องจากมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นยาทางการแพทย์ในอนาคต ประโยชน์ที่กำลังอยู่ระหว่างการศึกษา ได้แก่
1. การบรรเทาอาการปวด
สารไมทราไจนีนสามารถออกฤทธิ์ต่อระบบรับความเจ็บปวดคล้ายยาในกลุ่มโอปิออยด์ แต่มีโครงสร้างแตกต่างจากมอร์ฟีน จึงอาจเป็นแนวทางในการพัฒนายาแก้ปวดรูปแบบใหม่ในอนาคต
2. การช่วยลดอาการถอนสารเสพติดกลุ่มโอปิออยด์
มีงานวิจัยบางส่วนพบว่ากระท่อมอาจช่วยลดอาการถอนยาในผู้ติดโอปิออยด์ได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะรับรองให้ใช้เป็นมาตรฐานการรักษา
3. ฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ
การศึกษาในห้องปฏิบัติการพบว่ากระท่อมอาจมีคุณสมบัติลดการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ แต่ยังต้องมีการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติมในมนุษย์
ความเสี่ยงและผลข้างเคียงของน้ำกระท่อม
แม้กระท่อมจะเป็นพืชธรรมชาติ แต่ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยเสมอไป ผลข้างเคียงที่พบได้ ได้แก่
- คลื่นไส้
- อาเจียน
- ปากแห้ง
- ท้องผูก
- ใจสั่น
- เวียนศีรษะ
- ง่วงนอน
- เบื่ออาหาร
ในผู้ที่ใช้เป็นประจำเป็นเวลานาน อาจเกิดภาวะพึ่งพาสาร (Dependence) ได้
การติดน้ำกระท่อมและอาการถอน
ผู้ที่ดื่มน้ำกระท่อมเป็นประจำทุกวันอาจเกิดการปรับตัวของร่างกาย ทำให้ต้องใช้ในปริมาณมากขึ้นเพื่อให้ได้ผลเช่นเดิม เมื่อหยุดดื่มกะทันหัน อาจเกิดอาการถอน เช่น
- ปวดเมื่อยตามร่างกาย
- กระสับกระส่าย
- หงุดหงิดง่าย
- นอนไม่หลับ
- น้ำมูกไหล
- เบื่ออาหาร
- วิตกกังวล
อาการมักไม่รุนแรงเท่าการถอนเฮโรอีนหรือมอร์ฟีน แต่สามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและการทำงานได้
อันตรายจากน้ำกระท่อมปรุงแต่ง
ปัจจุบันปัญหาสำคัญไม่ได้เกิดจากกระท่อมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการนำไปผสมกับสารอื่น เช่น
- ยาแก้ไอ
- ยาแก้แพ้
- ยาคลายกังวล
- เครื่องดื่มชูกำลัง
- แอลกอฮอล์
การผสมดังกล่าวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ
- หมดสติ
- ชัก
- ภาวะกดการหายใจ
- ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
- เสียชีวิต
สถานะทางกฎหมายของกระท่อมในประเทศไทย
ประเทศไทยได้ประกาศปลดพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษเมื่อปี พ.ศ. 2564 และมีการบังคับใช้พระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. 2565 ปัจจุบันประชาชนสามารถ
- ปลูกกระท่อมได้
- ครอบครองได้
- บริโภคได้
- ซื้อขายใบกระท่อมได้
โดยไม่ถือเป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
ข้อจำกัดทางกฎหมายที่ยังคงมีอยู่
แม้กระท่อมจะถูกกฎหมายแล้ว แต่ยังมีข้อกำหนดสำคัญ ได้แก่
1. ห้ามขายให้
- ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
- หญิงตั้งครรภ์
- หญิงให้นมบุตร
2. ห้ามโฆษณาในลักษณะที่ชักจูงให้บริโภคเกินสมควร
3. ผลิตภัณฑ์แปรรูปต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอาหาร
หากมีการผลิตน้ำกระท่อมบรรจุขวดหรือผลิตภัณฑ์พร้อมดื่มเพื่อจำหน่าย จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอาหารและข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เช่น
- มาตรฐานการผลิต
- ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
- การแสดงฉลาก
- การขออนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด
ดังนั้น การต้มน้ำกระท่อมขายโดยไม่มีการควบคุมมาตรฐานหรือไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายอาหาร อาจมีความผิดตามกฎหมายได้ แม้ว่าตัวพืชกระท่อมจะไม่ใช่ยาเสพติดแล้วก็ตาม
ใครควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำกระท่อม?
ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ในกรณีต่อไปนี้
- เด็กและวัยรุ่น
- หญิงตั้งครรภ์
- หญิงให้นมบุตร
- ผู้ป่วยโรคตับ
- ผู้ป่วยโรคหัวใจ
- ผู้ป่วยโรคไต
- ผู้มีโรคทางจิตเวช
ผู้ที่รับประทานยานอนหลับ ยาคลายกังวล หรือยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์
น้ำกระท่อมเป็นผลิตภัณฑ์จากพืชธรรมชาติที่มีสารออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและกำลังได้รับความสนใจในวงการแพทย์จากศักยภาพด้านการระงับปวดและการพัฒนายาในอนาคต อย่างไรก็ตาม การใช้กระท่อมยังมีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง การพึ่งพาสาร และอันตรายจากการใช้ร่วมกับสารอื่น
ในด้านกฎหมาย ประเทศไทยได้ปลดกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดแล้ว ประชาชนสามารถปลูกและบริโภคได้ตามกฎหมาย แต่การผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปยังต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกฎหมายอาหารและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและการใช้กระท่อมอย่างเหมาะสมในสังคมไทย
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
မေးခွန်းများရှိပါက သို့မဟုတ် ဝန်ထမ်းများကို ဆက်သွယ်လိုပါက
ဆေးရုံလိပ်စာ
65/28 ถ.จันทอุดม ต.ท่าประดุ่
อ.เมือง จ.ระยอง 21000