Menu

การติดน้ำกระท่อม (Kratom Dependence): ภัยเงียบที่หลายคนอาจมองข้าม

August 20, 2026

การติดน้ำกระท่อม (KratomDependence) ภัยเงียบที่หลายคนอาจมองข้าม

น้ำกระท่อมเป็นเครื่องดื่มที่ได้จากการต้มใบกระท่อม (Mitragyna speciosa) ซึ่งมีสารสำคัญคือ ไมทราไจนีน (Mitragynine) และ 7-Hydroxymitragynine ออกฤทธิ์

ต่อระบบประสาทและตัวรับโอปิออยด์ในสมอง ทำให้ผู้ดื่มรู้สึกตื่นตัว ลดความเหนื่อยล้า หรือรู้สึกผ่อนคลาย ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ได้รับ

แม้ว่ากระท่อมจะถูกปลดออกจากบัญชียาเสพติดของประเทศไทยแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าการใช้กระท่อมจะปราศจากความเสี่ยง โดยเฉพาะการดื่มน้ำกระท่อมเป็น

ประจำต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะ การพึ่งพาสารหรือการติดกระท่อม (Kratom Dependence) ได้

การติดน้ำกระท่อมคืออะไร?

ภาวะพึ่งพากระท่อม (Dependence) หมายถึง ภาวะที่ร่างกายและสมองปรับตัวต่อการได้รับสารกระท่อมอย่างต่อเนื่อง จนเกิดความจำเป็นต้องใช้สารนั้นเป็นประจำ หาก

หยุดใช้จะเกิดอาการผิดปกติหรืออาการถอนสารตามมา

การติดกระท่อมแตกต่างจากการเสพติดยาเสพติดรุนแรงบางชนิด เนื่องจากอาการมักไม่รุนแรงเท่ากลุ่มเฮโรอีนหรือมอร์ฟืน แต่สามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต การ

ทำงาน และสุขภาพจิตได้อย่างมีนัยสำคัญ

สัญญาณเตือนว่ากำลังพึ่งพาน้ำกระท่อม

ผู้ที่มีภาวะพึ่งพากระท่อมมักมีลักษณะดังต่อไปนี้

  • ดื่มน้ำกระท่อมทุกวันหรือหลายครั้งต่อวัน
  • ต้องเพิ่มปริมาณการดื่มเพื่อให้ได้ผลเช่นเดิม (Tolerance)
  • รู้สึกไม่สบายเมื่อไม่ได้ดื่ม
  • มีความต้องการดื่มอย่างต่อเนื่อง
  • ใช้เวลาและค่าใช้จ่ายจำนวนมากกับการหาน้ำกระท่อม
  • พยายามลดหรือหยุดดื่มแต่ไม่สำเร็จ
  • ยังคงดื่มต่อแม้ทราบว่ามีผลเสียต่อสุขภาพ

อาการถอนเมื่อหยุดดื่มน้ำกระท่อม

เมื่อผู้ที่ดื่มน้ำกระท่อมเป็นประจำหยุดใช้กะทันหัน อาจเกิดอาการถอนสารภายใน 12-48 ชั่วโมง เช่น

อาการทางร่างกาย

  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • อ่อนเพลีย
  • น้ำมูกไหล
  • เหงื่อออกมาก
  • นอนไม่หลับ
  • คลื่นไส้
  • เบื่ออาหาร
  • ท้องเสีย

อาการทางจิตใจ

  • หงุดหงิดง่าย
  • กระสับกระส่าย
  • วิตกกังวล
  • อารมณ์แปรปรวน
  • สมาธิลดลง
  • รู้สึกอยากกลับไปดื่มอีก

อาการเหล่านี้มักเป็นมากในช่วง 2-5 วันแรก และค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์

ใครมีความเสี่ยงติดน้ำกระท่อมมากกว่าคนอื่น?

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการพึ่งพากระท่อม ได้แก่

  • ดื่มทุกวันเป็นเวลานาน
  • ดื่มในปริมาณมาก
  • เริ่มดื่มตั้งแต่อายุน้อย
  • มีประวัติใช้สารเสพติดชนิดอื่น
  • มีภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือโรคนอนไม่หลับ
  • ใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์หรือยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท

การรักษาภาวะติดน้ำกระท่อม

ปัจจุบันยังไม่มียาเฉพาะสำหรับรักษาการติดกระท่อมโดยตรง แต่สามารถรักษาได้ด้วย

1. การลดปริมาณอย่างค่อยเป็นค่อยไป ช่วยลดความรุนแรงของอาการถอนและเพิ่มโอกาสหยุดใช้ได้สำเร็จ

2. การรักษาตามอาการ แพทย์อาจให้ยาช่วยบรรเทาอาการ เช่น

  • ยานอนหลับระยะสั้น
  • ยาแก้ปวด
  • ยาแก้คลื่นไส้
  • ยาลดอาการวิตกกังวลในบางกรณี

3. การปรับพฤติกรรม

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • นอนหลับให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงเพื่อนหรือสถานการณ์ที่กระตุ้นให้กลับไปดื่ม
  • รับการปรึกษาจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

เมื่อใดควรพบแพทย์?

ควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้

  • ไม่สามารถหยุดดื่มได้ด้วยตนเอง
  • มีอาการถอนรุนแรง
  • ดื่มร่วมกับยาอื่นหรือแอลกอฮอล์
  • มีภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือความคิดทำร้ายตนเอง
  • การดื่มส่งผลกระทบต่อการงาน การเรียน หรือความสัมพันธ์ในครอบครัว

แม้น้ำกระท่อมจะเป็นพืชที่ถูกกฎหมายในประเทศไทย แต่การดื่มเป็นประจำต่อเนื่องสามารถทำให้เกิดภาวะพึ่งพาสารหรือการติดกระท่อมได้ ผู้ที่ดื่มทุกวันควรสังเกตสัญญาณเตือนของการพึ่งพาสาร เช่น การต้องเพิ่มปริมาณการดื่ม อาการไม่สบายเมื่อไม่ได้ดื่ม หรือการไม่สามารถหยุดใช้ได้ด้วยตนเอง การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพและเพิ่มโอกาสในการหยุดใช้ได้อย่างปลอดภัย

Chularat cholvaej Hospital

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

Chularat cholvaej Hospital

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

Call us at

038-284354

Available 24/7

If you have any questions or wish to contact staff

Hospital Address

65/28 ถ.จันทอุดม ต.ท่าประดุ่
อ.เมือง จ.ระยอง 21000