งูสวัด “ขึ้นรอบตัว” อันตรายถึงชีวิตจริงหรือไม่? เข้าใจโรคให้ถูก ป้องกันภาวะแทรกซ้อน
งูสวัด “ขึ้นรอบตัว” อันตรายถึงชีวิตจริงหรือไม่? เข้าใจโรคให้ถูก ป้องกันภาวะแทรกซ้อน
งูสวัด (Herpes zoster) เป็นโรคติดเชื้อไวรัส Varicella-zoster ซึ่งเป็นเชื้อเดียวกับโรคอีสุกอีใส หลังจากหายจากอีสุกอีใส เชื้อไวรัสจะยังคงแฝงตัวอยู่ในปมประสาทของร่างกาย เมื่อภูมิคุ้มกันลดลง เชื้อสามารถกลับมาก่อโรคซ้ำได้ ทำให้เกิดอาการงูสวัด
ลักษณะสำคัญของงูสวัด ได้แก่
- ผื่นแดงและตุ่มน้ำใส
- ขึ้นเป็นแนวยาวตามเส้นประสาท
- มักเกิดเพียง “ด้านเดียวของร่างกาย”
งูสวัดขึ้นรอบตัว คืออะไร
โดยทั่วไป งูสวัดจะขึ้นเฉพาะด้านเดียวของร่างกาย แต่ในบางกรณีอาจพบผื่นกระจายหลายตำแหน่ง หรือเกิดทั้งสองด้าน ซึ่งเรียกว่า งูสวัดชนิดแพร่กระจาย (Disseminated herpes zoster) ลักษณะนี้อาจทำให้ดูเหมือน “ขึ้นรอบตัว” และมักสัมพันธ์กับความรุนแรงของโรคที่เพิ่มขึ้น
ความเชื่อ: งสวัดขี้รอบตัวแล้วจะเสียชีวิต
ความเชื่อนี้ “ไม่ถูกต้องทั้งหมด”
งูสวัดที่ขึ้นหลายตำแหน่งหรือดูเหมือนล้อมรอบตัว ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เสียชีวิตในทุกราย แต่ถือเป็น “สัญญาณเตือน” ของโรคที่อาจมีความรุนแรง และควรได้รับการประเมินโดยแพทย์อย่างเร่งด่วน
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงสูง
งูสวัดชนิดแพร่กระจายมักพบในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ป่วยโรคมะเร็ง หรือได้รับยาเคมีบำบัด
- ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรังบางชนิด
ในกลุ่มนี้ เชื้อไวรัสอาจแพร่กระจายไปยังอวัยวะสำคัญ เช่น ปอด สมอง หรือระบบประสาทส่วนกลาง
ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ
หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน ได้แก่
- ปวดเส้นประสาทเรื้อรัง (Postherpetic neuralgia)
- เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือสมองอักเสบ
- ปอดอักเสบจากไวรัส
- การติดเชื้อแทรกซ้อนที่ผิวหนัง
- งูสวัดที่ตา ซึ่งอาจทำให้สูญเสียการมองเห็น
ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้พบได้มากในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
การวินิจฉัย
แพทย์สามารถวินิจฉัยงูสวัดได้จาก
- ลักษณะผื่นและตำแหน่งของรอยโรค
- อาการปวดตามแนวเส้นประสาท
ในบางกรณี อาจมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น
- การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันเชื้อไวรัส
แนวทางการรักษา
การรักษาหลักคือการให้ยาต้านไวรัส ได้แก่
- Acyclovir
- Valacyclovir
- Famciclovir
ควรเริ่มยา “ภายใน 72 ชั่วโมง” หลังเริ่มมีผื่น เพื่อช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
เมื่อใดควรรีบพบแพทย์ หากมีอาการดังต่อไปนี้
- ผื่นลุกลามรวดเร็ว หรือกระจายหลายตำแหน่ง
- อาการปวดรุนแรง
- ผื่นบริเวณใบหน้า หรือรอบดวงตา
- มีไข้ หรืออ่อนเพลียมาก
การได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนอย่างมีนัยสำคัญ
การป้องกันงูสวัด
การฉีดวัคซีนงูสวัดเป็นวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรค โดยเฉพาะใน
ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
ผู้ที่มีโรคประจำตัว
นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพทั่วไป เช่น พักผ่อนเพียงพอ และลดความเครียด ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายได้
งูสวัดที่มีลักษณะ “ขึ้นรอบตัว” ไม่ได้หมายความว่าจะเสียชีวิตเสมอไป แต่เป็นสัญญาณของโรคที่อาจมีความรุนแรง โดยเฉพาะในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ การวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงทีมีความสำคัญอย่างยิ่งในการลดภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้อย่างปลอดภัย
Chularat cholvaej Hospital
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
Chularat cholvaej Hospital
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
If you have any questions or wish to contact staff
Hospital Address
65/28 ถ.จันทอุดม ต.ท่าประดุ่
อ.เมือง จ.ระยอง 21000