โรคพิษสุนัขบ้า( Rabies ) ติดต่อจากสัตว์อะไร?
โรคพิษสุนัขบ้า( Rabies ) ติดต่อจากสัตว์อะไร?
โรคพิษสุนัขบ้า หรือ Rabies เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่ส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง แม้ชื่อภาษาไทยจะเรียกว่า “โรคพิษสุนัขบ้า” แต่ความจริงแล้วไม่ได้เกิดจากสุนัขเพียงชนิดเดียว สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิดสามารถติดเชื้อและแพร่เชื้อมาสู่คนได้
สิ่งที่ทำให้โรคนี้มีความสำคัญอย่างมากคือ เมื่อผู้ป่วยเริ่มมีอาการทางระบบประสาทแล้ว โรคพิษสุนัขบ้ามีอัตราการเสียชีวิตเกือบ 100% แต่ในทางกลับกัน หากได้รับการดูแลบาดแผลและวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างถูกต้องก่อนเกิดอาการ โรคนี้สามารถป้องกันได้
โรคพิษสุนัขบ้าเกิดจากอะไร
โรคพิษสุนัขบ้าเกิดจากเชื้อ Rabies virus (RABV) ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Lyssavirus เชื้อมีความสามารถในการเข้าสู่ระบบประสาท หลังได้รับเชื้อจากสัตว์ เชื้อจะเข้าสู่เนื้อเยื่อบริเวณบาดแผล จากนั้นสามารถเข้าสู่เส้นประสาทส่วนปลายและเคลื่อนที่ย้อนตามเส้นประสาทเข้าสู่ไขสันหลังและสมอง
เมื่อเชื้อเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางและผู้ป่วยเริ่มแสดงอาการแล้ว การรักษาให้หายยังทำได้ยากมาก ดังนั้นหัวใจสำคัญของการลดการเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าจึงอยู่ที่การป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ หรือ Post-Exposure Prophylaxis (PEP)
สัตว์ที่สามารถแพร่เชื้อของโรคพิษสุนัขบ้าคืออะไร
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิดสามารถติดเชื้อ Rabies virus ได้ แต่ความสามารถในการรักษาวงจรของเชื้อในธรรมชาติแตกต่างกันตามชนิดสัตว์และพื้นที่ทางภูมิศาสตร์
1.สุนัข แหล่งแพร่โรคพิษสุนัขบ้าที่สำคัญต่อมนุษย์
ในระดับโลก สุนัขยังเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าในมนุษย์ โดยเฉพาะประเทศที่ยังมี dog-mediated rabies การแพร่เชื้อส่วนใหญ่เกิดจากน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อ โดยเฉพาะเมื่อถูกกัด เชื้อในน้ำลายจึงเข้าสู่บาดแผลโดยตรง
นอกจากนี้ การถูกข่วนจนผิวหนังแตก หรือการที่น้ำลายของสัตว์ต้องสงสัยสัมผัสเยื่อบุตา ปาก จมูก หรือบาดแผล ก็เป็น exposure ที่ต้องได้รับการประเมินเช่นกัน
ดังนั้นการประเมินความเสี่ยงจึงไม่ควรถามเพียงว่า “ถูกกัดหรือไม่” แต่ควรประเมินทั้งชนิดสัตว์ ลักษณะการสัมผัส ตำแหน่งและความรุนแรงของบาดแผล รวมถึงความสามารถในการติดตามสัตว์
2.แมวเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้หรือไม่
แมวสามารถติดเชื้อ Rabies virus และแพร่เชื้อสู่คนได้เช่นเดียวกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น
แม้แมวอาจไม่ได้เป็น reservoir หลักของ rabies ในหลายพื้นที่ แต่หากแมวได้รับเชื้อจากสัตว์อื่นแล้วกัดหรือข่วนคนจนเกิดบาดแผล ก็สามารถเกิดความเสี่ยงต่อการรับเชื้อได้
ดังนั้นการถูกแมวกัดหรือข่วนจึงไม่ควรประเมินจากคำว่า “เป็นแมวบ้าน” เพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาประวัติวัคซีนของสัตว์ พฤติกรรมผิดปกติ การออกนอกบ้าน การสัมผัสสัตว์อื่น และความสามารถในการกักสังเกตอาการ
3.ค้างคาวกับโรคพิษสุนัขบ้า
ค้างคาวเป็น reservoir ที่มีความสำคัญของ Rabies virus และ lyssaviruses หลายชนิด โดยเฉพาะในบางภูมิภาคของโลก
การสัมผัสค้างคาวมีความสำคัญเนื่องจากรอยกัดอาจมีขนาดเล็กและสังเกตได้ยาก ในพื้นที่ที่มี rabies หรือ lyssavirus ในค้างคาว การสัมผัสค้างคาวโดยตรงจึงควรได้รับการประเมินโดยบุคลากรทางการแพทย์
4.สัตว์ป่าชนิดอื่นสามารถแพร่ Rabies ได้หรือไม่
ได้ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในธรรมชาติหลายชนิดสามารถเป็น reservoir ของ rabies ตามพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ เช่น
- สุนัข
- ค้างคาว
- สุนัขจิ้งจอก
- แรคคูน
- สกังก์
- พังพอนหรือ mongoose ในบางพื้นที่
สัตว์ชนิดใดเป็น reservoir สำคัญจะแตกต่างกันไปตามระบบนิเวศและภูมิภาค ดังนั้นข้อมูลจากต่างประเทศไม่ควรนำมาประเมินความเสี่ยงในประเทศไทยโดยตรงโดยไม่พิจารณาระบาดวิทยาในพื้นที่ร่วมด้วย
เชื้อพิษสุนัขบ้าติดต่อจากสัตว์มาสู่คนอย่างไร
เส้นทางสำคัญที่สุดคือ
สัตว์ติดเชื้อ → เชื้ออยู่ในน้ำลาย → กัดหรือสัมผัสบาดแผล/เยื่อบุ → เชื้อเข้าสู่ร่างกาย → เข้าสู่เส้นประสาท → เคลื่อนเข้าสู่ไขสันหลังและสมอง
หลังเข้าสู่สมอง เชื้อสามารถกระจายผ่านเส้นประสาทไปยังอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงต่อมน้ำลาย ทำให้สัตว์ที่ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อผ่านน้ำลายต่อไปได้
ถูกสุนัขหรือแมวกัด ต้องสังเกตสัตว์กี่วัน
ในกรณีสุนัข แมว หรือ ferret ที่กัดคนและสามารถติดตามสัตว์ได้ แนวทางสาธารณสุขหลายแห่งใช้หลักการกักและสังเกตสัตว์เป็นเวลา 10 วัน
เหตุผลคือ หากสัตว์มี Rabies virus ในน้ำลายในระดับที่สามารถแพร่เชื้อในวันที่กัด สัตว์ควรแสดงอาการของโรคภายในช่วงเวลาสังเกตดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกกัดไม่ควรตัดสินใจรอ 10 วันด้วยตนเองก่อนพบแพทย์ เพราะการเริ่มวัคซีนหรือ Rabies Immunoglobulin ขึ้นอยู่กับระดับการสัมผัส ประวัติวัคซีนเดิม ชนิดสัตว์ สถานการณ์ทางระบาดวิทยา และแนวทางที่ใช้ในพื้นที่ หากสัตว์มีอาการผิดปกติหรือตายในระหว่างสังเกต ควรแจ้งเจ้าหน้าที่และพิจารณาส่งตรวจหาเชื้อโดยเร็ว
หากถูกสัตว์กัดควรทำอย่างไร
สิ่งแรกที่ควรทำคือรีบล้างบาดแผลด้วยน้ำและสบู่อย่างทั่วถึงทันที เพื่อลดปริมาณเชื้อบริเวณบาดแผล จากนั้นควรพบแพทย์เพื่อประเมินระดับการสัมผัสและพิจารณาการป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ
ผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ามาก่อน อาจต้องได้รับวัคซีนและในกรณีที่มีข้อบ่งชี้อาจต้องได้รับ Rabies Immunoglobulin ร่วมด้วย ส่วนผู้ที่เคยได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์มาก่อน แนวทางหลังสัมผัสเชื้อจะแตกต่างออกไป
ไม่ควรรอให้มีอาการก่อนจึงมาพบแพทย์ เพราะเมื่อ Rabies เข้าสู่ระยะที่มีอาการทางระบบประสาทแล้ว โรคมีอัตราการเสียชีวิตเกือบ 100%
แม้ชื่อจะเรียกว่า “โรคพิษสุนัขบ้า” แต่สุนัขไม่ใช่สัตว์ชนิดเดียวที่สามารถแพร่เชื้อ Rabies virus สู่มนุษย์ได้ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิดสามารถติดเชื้อได้ โดยสัตว์ที่มีความสำคัญต่อการคงวงจรของเชื้อแตกต่างกันตามภูมิภาค
สำหรับประชาชน สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การพยายามตัดสินด้วยตนเองว่าสัตว์ตัวนั้น “ดูปกติ” หรือ “ไม่น่ามีเชื้อ” แต่คือการล้างแผลทันทีและเข้ารับการประเมินความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เพราะโรคพิษสุนัขบ้ามีหลักการสำคัญที่ควรจำไว้ว่า ก่อนมีอาการ เรามีโอกาสป้องกันโรคได้ แต่เมื่อเริ่มมีอาการแล้ว โอกาสเสียชีวิตเกือบ 100%
Chularat cholvaej Hospital
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
Chularat cholvaej Hospital
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
If you have any questions or wish to contact staff
Hospital Address
65/28 ถ.จันทอุดม ต.ท่าประดุ่
อ.เมือง จ.ระยอง 21000