โรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็กมีความเสี่ยงโรคมะเร็งอย่างไร?
โรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็กมีความเสี่ยงโรคมะเร็งอย่างไร?
เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น โรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency Anemia; IDA) หลายคนมักเข้าใจว่าเป็นเพียงภาวะที่เกิดจากการรับประทานอาหารไม่เพียงพอ และรักษาได้ด้วยการรับประทานธาตุเหล็กเสริม
แต่ในความเป็นจริง โรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็กไม่ใช่โรคที่เกิดขึ้นเองเสมอไป หากเป็น "สัญญาณ" ที่บ่งบอกว่าร่างกายกำลังสูญเสียเลือดหรือมีการดูดซึมธาตุเหล็กผิดปกติ โดยเฉพาะในผู้ชายและผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน ซึ่งแพทย์จะให้ความสำคัญกับการค้นหาสาเหตุ เพราะอาจเป็นอาการแรกของ มะเร็งในระบบทางเดินอาหาร
สิ่งสำคัญคือ โรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็กไม่ได้ทำให้เกิดมะเร็ง แต่ในบางราย มะเร็งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก
โรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็กเกี่ยวข้องกับมะเร็งอย่างไร?
ภาวะขาดธาตุเหล็กเกิดขึ้นเมื่อร่างกายสูญเสียธาตุเหล็กมากกว่าที่ได้รับหรือดูดซึมได้ ในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะ
- ผู้ชาย
- ผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน
การสูญเสียเลือดเรื้อรังจากทางเดินอาหารเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย และหนึ่งในสาเหตุที่ต้องระวังคือ มะเร็ง
มะเร็งบางชนิดอาจมีเลือดออกทีละเล็กน้อยเป็นเวลานาน ผู้ป่วยจึงไม่สังเกตเห็นเลือดในอุจจาระ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ธาตุเหล็กสะสมในร่างกายจะลดลง จนเกิดภาวะโลหิตจาง ดังนั้น ในผู้ป่วยบางราย โรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็กอาจเป็นอาการแรกที่นำไปสู่การวินิจฉัยมะเร็ง
มะเร็งชนิดใดที่พบร่วมกับโรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก?
มะเร็งที่เกี่ยวข้องมากที่สุด ได้แก่
1. มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal Cancer)
เป็นมะเร็งที่แพทย์ให้ความสำคัญมากที่สุด ก้อนมะเร็งอาจมีเลือดออกเรื้อรังในปริมาณน้อย ผู้ป่วยจึงไม่รู้ตัว แต่เลือดที่สูญเสียไปทุกวันทำให้เกิดภาวะขาดธาตุเหล็กในที่สุด ผู้ป่วยบางรายไม่มีอาการปวดท้องหรือถ่ายเป็นเลือด แต่ตรวจพบจากภาวะซีดเพียงอย่างเดียว
2. มะเร็งกระเพาะอาหาร (Gastric Cancer)
มะเร็งกระเพาะอาหารสามารถทำให้มีเลือดออกเรื้อรังจากแผลบริเวณก้อนมะเร็ง ส่งผลให้เกิดโรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก ในระยะแรก ผู้ป่วยอาจมีเพียงอาการ
- เบื่ออาหาร
- อิ่มเร็ว
- น้ำหนักลด
- ซีด
3. มะเร็งหลอดอาหาร
พบได้น้อยกว่า แต่สามารถทำให้เกิดเลือดออกเรื้อรังได้เช่นกัน
4. มะเร็งลำไส้เล็ก
พบไม่บ่อย แต่ควรนึกถึงในผู้ป่วยที่ตรวจส่องกล้องกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่แล้วไม่พบสาเหตุ
ทุกคนที่เป็นโรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็กเป็นมะเร็งหรือไม่?
ไม่ใช่
สาเหตุที่พบบ่อยกว่ามะเร็ง ได้แก่
- ประจำเดือนมามาก
- การตั้งครรภ์
- รับประทานธาตุเหล็กไม่เพียงพอ
- แผลในกระเพาะอาหาร
- ริดสีดวงทวาร
- การติดเชื้อ Helicobacter pylori
- โรค Celiac
- โรคลำไส้อักเสบ
อย่างไรก็ตาม ในผู้ชายและผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน ภาวะโรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็กถือเป็น สัญญาณเตือนที่ต้องค้นหาสาเหตุอย่างจริงจัง
เมื่อไรที่แพทย์เริ่มสงสัยมะเร็ง?
แพทย์จะเพิ่มความสงสัยโรคมะเร็ง หากมีภาวะ Iron Deficiency Anemia ร่วมกับ
- ผู้ชาย
- ผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน
- อายุ 50 ปีขึ้นไป
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- เบื่ออาหาร
- ถ่ายดำ
- ถ่ายเป็นเลือด
- อุจจาระเปลี่ยนลักษณะ เช่น ลำเล็กลง หรือท้องผูกสลับท้องเสีย
- ปวดท้องเรื้อรัง
- ระดับฮีโมโกลบินต่ำมากหรือเป็นซ้ำ แม้ได้รับธาตุเหล็ก
- ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยธาตุเหล็ก
แพทย์จะตรวจอะไรเพิ่มเติม?
1. ส่องกล้องกระเพาะอาหาร (Esophagogastroduodenoscopy; EGD) เพื่อค้นหา
- แผลในกระเพาะอาหาร
- มะเร็งกระเพาะอาหาร
- หลอดอาหารอักเสบ
- แผลในลำไส้เล็กส่วนต้น
2. ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) เพื่อตรวจหา
- มะเร็งลำไส้ใหญ่
- ติ่งเนื้อลำไส้
- เลือดออกจากลำไส้
- โรคลำไส้อักเสบ
3. ตรวจเพิ่มเติมในรายที่จำเป็น เช่น
- ตรวจหาเชื้อ Helicobacter pylori
- ตรวจโรค Celiac
- ตรวจลำไส้เล็กด้วย Capsule Endoscopy หรือ CT Enterography ในผู้ป่วยที่ยังหาสาเหตุไม่ได้
การรักษา
การรักษาโรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็กมี 2 เป้าหมายสำคัญ
1. เติมธาตุเหล็ก
- ธาตุเหล็กรับประทาน
- ธาตุเหล็กทางหลอดเลือดดำในรายที่จำเป็น
2. รักษาสาเหตุ หากตรวจพบว่าเกิดจากมะเร็ง
- ผ่าตัด
- เคมีบำบัด
- รังสีรักษา
- การรักษาแบบมุ่งเป้า หรือภูมิคุ้มกันบำบัด
ขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรค เพียงการรับประทานธาตุเหล็กโดยไม่ค้นหาสาเหตุ อาจทำให้โรคมะเร็งถูกวินิจฉัยล่าช้า
โรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็ง แต่ในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ชายและผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน ภาวะนี้อาจเป็น สัญญาณเตือนของการเสียเลือดเรื้อรังจากมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งกระเพาะอาหาร
การค้นหาสาเหตุของโรคเลือดจางมีความสำคัญไม่แพ้การรักษาภาวะซีด เพราะหากตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โอกาสรักษาให้หายขาดจะสูงกว่าการวินิจฉัยในระยะลุกลาม ดังนั้น ผู้ป่วยไม่ควรซื้อธาตุเหล็กรับประทานเองเป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการประเมินจากแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการซีดร่วมกับอาการเตือนอื่น ๆ
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
ご質問がある場合やスタッフに連絡したい場合
病院の住所
65/28 ถ.จันทอุดม ต.ท่าประดุ่
อ.เมือง จ.ระยอง 21000