メニュー

ไข้ติดเชื้อไวรัส RSV ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ: อาการ สาเหตุ การรักษา และวิธีป้องกัน

20 ส.ค. 2569

ไข้ติดเชื้อไวรัส RSV ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ: อาการ สาเหตุ การรักษา และวิธีป้องกัน

RSV หรือ Respiratory Syncytial Virus เป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ พบได้ในคนทุกวัย แม้ว่าหลายคนจะรู้จัก RSV ในฐานะโรคที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก แต่ในปัจจุบันมีข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่า RSV เป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยรุนแรงในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวเช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่และ COVID-19

การติดเชื้อ RSV สามารถทำให้เกิดอาการตั้งแต่คล้ายหวัดธรรมดาไปจนถึงปอดอักเสบและภาวะหายใจล้มเหลวในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี

สาเหตุของโรค RSV

RSV เป็นไวรัสในกลุ่ม Paramyxoviridae ซึ่งมีความสามารถในการแพร่กระจายได้ง่ายผ่านระบบทางเดินหายใจ เชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายผ่านเยื่อบุจมูก คอ และหลอดลม ทำให้เกิดการอักเสบของทางเดินหายใจ

ในประเทศไทย RSV พบได้ตลอดปี แต่มีแนวโน้มระบาดเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับการระบาดของโรคทางเดินหายใจหลายชนิด

RSV ติดต่อได้อย่างไร?

เชื้อ RSV สามารถแพร่กระจายผ่านหลายช่องทาง ได้แก่

  • การไอหรือจามของผู้ติดเชื้อ
  • การพูดคุยในระยะใกล้
  • การสัมผัสสารคัดหลั่งจากจมูกหรือทางเดินหายใจ
  • การสัมผัสพื้นผิวหรือสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อน แล้วนำมือมาสัมผัสตา จมูก หรือปาก

เชื้อ RSV สามารถอยู่บนพื้นผิวต่าง ๆ ได้นานหลายชั่วโมง ทำให้เกิดการแพร่กระจายภายในครอบครัว โรงเรียน สถานที่ทำงาน และสถานพยาบาลได้ง่าย

อาการของ RSV ในผู้ใหญ่

ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงส่วนใหญ่มักมีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป เช่น

  • ไข้
  • ไอ
  • เจ็บคอ
  • คัดจมูก
  • น้ำมูกไหล
  • ปวดศีรษะ
  • อ่อนเพลีย

อาการมักค่อย ๆ เริ่มและดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม ในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว อาการอาจรุนแรงขึ้นจนเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น

  • หายใจเหนื่อย
  • หอบ
  • แน่นหน้าอก
  • หายใจมีเสียงหวีด
  • ปอดอักเสบ
  • ภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ

กลุ่มเสี่ยงที่ควรระวัง ได้แก่

1. ผู้สูงอายุ อายุที่มากขึ้นทำให้ระบบภูมิคุ้มกันลดประสิทธิภาพลง ส่งผลให้ร่างกายกำจัดเชื้อได้ยากขึ้น

2. ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง เช่น

  • โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)
  • โรคหอบหืด

การติดเชื้อ RSV อาจกระตุ้นให้อาการกำเริบรุนแรง

3. ผู้ป่วยโรคหัวใจ การติดเชื้อทางเดินหายใจอาจเพิ่มภาระการทำงานของหัวใจและทำให้อาการหัวใจล้มเหลวกำเริบได้

4. ผู้ป่วยโรคเรื้อรังอื่น ๆ

  • เบาหวาน
  • โรคไตเรื้อรัง
  • โรคตับเรื้อรัง
  • มะเร็ง
  • ผู้ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน

RSV แตกต่างจากไข้หวัดใหญ่และ COVID-19 อย่างไร?

โรค RSV มีอาการใกล้เคียงกับโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ ทำให้แยกจากอาการเพียงอย่างเดียวได้ยาก

การตรวจทางห้องปฏิบัติการจึงมีความสำคัญในการวินิจฉัยแยกโรค

การวินิจฉัยโรค RSV

วิธีการตรวจที่ใช้ในปัจจุบัน ได้แก่

1. การตรวจหาเชื้อด้วย RT-PCR เป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูง สามารถตรวจพบสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสได้โดยตรง

2. การตรวจ Multiplex PCR สามารถตรวจหาเชื้อหลายชนิดพร้อมกัน เช่น

  • RSV
  • Influenza A และ B
  • COVID-19

การรักษา RSV ในปัจจุบัน

1. การรักษาตามอาการ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถรักษาที่บ้านได้ โดย

พักผ่อนให้เพียงพอ

ดื่มน้ำมาก ๆ

รับประทานยาลดไข้ตามคำแนะนำของแพทย์

หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และควันบุหรี่

2. การรักษาในโรงพยาบาล ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาเพิ่มเติม เช่น

การให้ออกซิเจน

การให้น้ำเกลือ

การรักษาภาวะปอดอักเสบ

การใช้เครื่องช่วยหายใจในรายที่มีภาวะหายใจล้มเหลว

ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสที่ใช้เป็นมาตรฐานสำหรับผู้ป่วย RSV ทั่วไปเหมือนการรักษาไข้หวัดใหญ่

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

แม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่ในกลุ่มเสี่ยงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนสำคัญ ได้แก่

1. ปอดอักเสบ เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุดและเป็นสาเหตุสำคัญของการนอนโรงพยาบาล

2. หลอดลมอักเสบ ทำให้เกิดอาการไอเรื้อรังและหายใจลำบากมากขึ้น

3. COPD หรือหอบหืดกำเริบ ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรังอาจมีอาการรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

4. ภาวะหายใจล้มเหลว พบได้ในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวหลายชนิดร่วมกัน

วัคซีน RSV ทางเลือกใหม่ในการป้องกันโรค

ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกัน RSV สำหรับผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง ซึ่งได้รับการรับรองจากหลายประเทศทั่วโลก ข้อมูลจากการศึกษาขนาดใหญ่พบว่าวัคซีนสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคทางเดินหายใจส่วนล่างจาก RSV ลดการนอนโรงพยาบาล และลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมีนัยสำคัญ

ผู้ที่ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวัคซีน RSV ได้แก่

  • ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจ
  • ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง
  • ผู้ป่วยเบาหวาน
  • ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

วิธีป้องกัน RSV ในชีวิตประจำวัน

แม้ว่าจะมีวัคซีนแล้ว แต่การป้องกันตนเองยังคงมีความสำคัญ

  • ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็น
  • สวมหน้ากากเมื่อมีอาการป่วย
  • หลีกเลี่ยงใกล้ชิดผู้ที่มีอาการทางเดินหายใจ
  • ทำความสะอาดพื้นผิวที่สัมผัสร่วมกันเป็นประจำ
  • พักผ่อนให้เพียงพอและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

RSV เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่สามารถเกิดได้ในทุกช่วงวัย และไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะในเด็กเท่านั้น ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบและภาวะหายใจล้มเหลว การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรก การพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ และการพิจารณารับวัคซีนในกลุ่มเสี่ยง เป็นแนวทางสำคัญในการลดความรุนแรงของโรคและป้องกันการนอนโรงพยาบาล

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

お電話ください

038-860-890

24時間対応

ご質問がある場合やスタッフに連絡したい場合

病院の住所

65/28 ถ.จันทอุดม ต.ท่าประดุ่
อ.เมือง จ.ระยอง 21000