メニュー

ติดอยู่ในห้องที่มีไฟไหม้และควัน อันตรายกว่าที่คิด ควรเอาตัวรอดอย่างไร

20 ส.ค. 2569

ติดอยู่ในห้องที่มีไฟไหม้และควัน อันตรายกว่าที่คิด ควรเอาตัวรอดอย่างไร

เมื่อเกิดไฟไหม้ภายในบ้าน ห้องพัก สำนักงาน โรงงาน หรืออาคารปิด หลายคนอาจคิดว่าอันตรายที่สำคัญที่สุดคือการถูกเปลวไฟลวกหรือไฟคลอก แต่ในความเป็นจริง “ควันไฟ” และ “ก๊าซพิษ” สามารถทำให้ผู้ประสบเหตุหมดสติและเสียชีวิตได้ก่อนที่เปลวไฟจะมาถึง

การอยู่ในห้องที่กำลังมีไฟไหม้ โดยเฉพาะห้องปิดหรือบริเวณที่มีการระบายอากาศไม่ดี เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบออกจากพื้นที่โดยเร็ว ไม่ควรเสียเวลาเก็บทรัพย์สิน ถ่ายภาพ หรือย้อนกลับเข้าไปในอาคาร เพราะระยะเวลาเพียงไม่กี่นาทีอาจหมายถึงความแตกต่างระหว่างการรอดชีวิตกับการหมดสติจากควันพิษ

ทำไมการอยู่ในห้องที่มีไฟไหม้จึงอันตรายมาก

ควันที่เกิดจากการเผาไหม้ไม่ได้ประกอบด้วยเขม่าหรือฝุ่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีก๊าซพิษ อนุภาคขนาดเล็ก และสารระคายเคืองหลายชนิด โดยองค์ประกอบของควันจะแตกต่างกันตามชนิดของวัสดุที่ถูกเผาไหม้และสภาพการระบายอากาศ

การบาดเจ็บจากการสูดดมควันไฟแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่

1. การบาดเจ็บจากความร้อนบริเวณใบหน้า ช่องปาก คอหอย และทางเดินหายใจส่วนบน

2. การระคายเคืองและการอักเสบของหลอดลมและปอดจากสารเคมีในควัน

3. พิษต่อร่างกายจากก๊าซ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์และไฮโดรเจนไซยาไนด์

ผู้ประสบเหตุอาจได้รับอันตรายมากกว่าหนึ่งกลไกพร้อมกัน แม้ไม่มีบาดแผลไฟไหม้ที่ผิวหนังก็ตาม

1. ออกซิเจนในห้องลดลงอย่างรวดเร็ว

เมื่อเกิดการเผาไหม้ ไฟจะใช้ออกซิเจนภายในห้อง ทำให้ปริมาณออกซิเจนในอากาศลดลง ขณะเดียวกัน ควันและก๊าซพิษจะสะสมมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ปิด เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องเก็บของ รถยนต์ หรืออาคารที่ไม่มีช่องระบายอากาศ

เมื่อร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ อาจมีอาการหายใจเร็ว อ่อนแรง สับสน เดินเซ หมดสติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ และหัวใจหยุดเต้นได้

2. พิษจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์

คาร์บอนมอนอกไซด์ หรือ CO เป็นก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสทั่วไป ก๊าซชนิดนี้เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์และเป็นหนึ่งในอันตรายสำคัญของควันไฟ

CO จับกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงได้มากกว่าออกซิเจนประมาณ 200–250 เท่า ทำให้เลือดขนส่งออกซิเจนไปยังสมอง หัวใจ และอวัยวะต่าง ๆ ได้น้อยลง นอกจากนี้ยังรบกวนการปล่อยออกซิเจนจากเม็ดเลือดแดงเข้าสู่เนื้อเยื่อ

อาการของพิษจากคาร์บอนมอนอกไซด์ ได้แก่

  • ปวดศีรษะ
  • เวียนศีรษะ
  • อ่อนแรง
  • คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • เจ็บหน้าอก
  • สับสนหรือพูดไม่รู้เรื่อง
  • เดินเซ
  • หมดสติ
  • ชัก
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ

เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคปอด หรือภาวะโลหิตจาง มีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป

3. พิษจากไฮโดรเจนไซยาไนด์

ไฮโดรเจนไซยาไนด์อาจเกิดจากการเผาไหม้วัสดุที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ เช่น พลาสติกบางชนิด โฟมโพลียูรีเทน ไนลอน ขนสัตว์ ผ้าไหม และวัสดุสังเคราะห์บางประเภท

ไซยาไนด์จะยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ภายในไมโทคอนเดรีย ทำให้เซลล์ไม่สามารถใช้ออกซิเจนสร้างพลังงานได้ แม้เลือดจะยังมีออกซิเจนอยู่ก็ตาม ผู้ป่วยอาจมีอาการหายใจเร็ว สับสน ความดันโลหิตต่ำ ชัก หมดสติ หรือหัวใจหยุดเต้น

ภาวะพิษจากไซยาไนด์มักสงสัยในผู้ที่อยู่ในเพลิงไหม้พื้นที่ปิด มีควันหนาแน่น หมดสติ ความดันต่ำ หรือมีภาวะกรดในเลือดรุนแรง การวินิจฉัยและให้ยาต้านพิษต้องดำเนินการโดยแพทย์

4. ทางเดินหายใจอาจบวมและอุดตัน

ความร้อนและสารเคมีในควันไฟสามารถทำลายเยื่อบุบริเวณใบหน้า ช่องปาก คอหอย และกล่องเสียง ทำให้เกิดการอักเสบและบวมอาการเตือน ได้แก่

  • เสียงแหบหรือเสียงเปลี่ยน
  • กลืนลำบาก
  • เจ็บหรือแสบคออย่างรุนแรง
  • หายใจมีเสียงดังหรือเสียงหวีดบริเวณลำคอ
  • มีเขม่าดำในปากหรือจมูก
  • ขนจมูกไหม้
  • ใบหน้าหรือริมฝีปากถูกไฟไหม้
  • หายใจลำบากมากขึ้น

อาการบวมของทางเดินหายใจอาจรุนแรงขึ้นภายหลังเกิดเหตุ ผู้ที่ดูเหมือนอาการยังไม่มากในช่วงแรกจึงอาจทรุดลงอย่างรวดเร็วและจำเป็นต้องได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

5. ควันไฟทำลายหลอดลมและเนื้อปอด

อนุภาคและสารระคายเคืองในควันไฟสามารถเดินทางเข้าสู่หลอดลมและปอด ทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจอักเสบ หลอดลมหดเกร็ง มีสารคัดหลั่งเพิ่มขึ้น และการทำงานของขนกวัดที่ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมลดลง

เขม่า เสมหะ และเซลล์เยื่อบุที่หลุดลอกอาจรวมตัวเป็นก้อนอุดตันภายในหลอดลม ส่งผลให้ผู้ป่วยไอมาก แน่นหน้าอก หายใจเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด หรือมีระดับออกซิเจนลดลง

ในรายที่รุนแรงอาจเกิดภาวะปอดอักเสบเฉียบพลัน น้ำรั่วเข้าในถุงลม และกลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน หรือ ARDS ซึ่งจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต

เมื่อเกิดไฟไหม้ในห้อง ควรทำอย่างไร

1. ตั้งสติและรีบออกจากพื้นที่

เมื่อได้ยินสัญญาณเตือนไฟไหม้ เห็นควัน หรือได้กลิ่นไหม้ ควรอพยพทันที อย่ารอจนเห็นเปลวไฟ และอย่าเสียเวลาเก็บโทรศัพท์ เอกสาร เงิน หรือทรัพย์สิน

เมื่อออกมาแล้ว ไม่ควรย้อนกลับเข้าไปในอาคารไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ควรแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่อาจยังติดอยู่ภายในให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทราบ

2. แจ้งเหตุฉุกเฉิน เมื่ออยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ให้โทรแจ้ง

  • 199 ศูนย์ดับเพลิง
  • 1669 การแพทย์ฉุกเฉิน

แจ้งสถานที่เกิดเหตุ ลักษณะอาคาร ตำแหน่งที่มีไฟไหม้ และจำนวนผู้ที่อาจติดอยู่ภายในให้ชัดเจน

3. ใช้บันไดหนีไฟ ห้ามใช้ลิฟต์

ขณะเกิดไฟไหม้ ระบบไฟฟ้าอาจหยุดทำงาน ลิฟต์อาจค้างหรือเปิดในชั้นที่มีไฟและควัน ควรใช้บันไดหนีไฟตามป้ายของอาคาร เว้นแต่เจ้าหน้าที่กำหนดให้ใช้ลิฟต์อพยพที่ออกแบบเฉพาะ

4. ปิดประตูเมื่อออกจากห้อง

การปิดประตูด้านหลังช่วยชะลอการแพร่กระจายของเปลวไฟ ควัน และความร้อน แต่ไม่ควรล็อกประตู เพราะอาจเป็นอุปสรรคต่อการช่วยเหลือ

5. หากมีควัน ให้ก้มตัวต่ำ

ควันและก๊าซร้อนมักลอยสะสมบริเวณด้านบนของห้อง หากยังมองเห็นทางออกและเส้นทางปลอดภัย ให้ก้มตัวต่ำหรือคลานต่ำกว่าชั้นควัน พร้อมระวังพื้นร้อน เศษกระจก และสิ่งกีดขวาง

ผ้าชุบน้ำอาจช่วยลดเขม่าหรือการระคายเคืองบางส่วน แต่ไม่สามารถป้องกันคาร์บอนมอนอกไซด์หรือไซยาไนด์ได้ ไม่ควรเสียเวลาค้นหาหรือชุบน้ำให้ผ้าจนทำให้การอพยพล่าช้า

6. ตรวจประตูก่อนเปิด

ก่อนเปิดประตู ให้ใช้หลังมือแตะประตูหรือบริเวณลูกบิด หากประตูร้อนจัดหรือมีควันลอดเข้ามามาก ไม่ควรเปิด เพราะอาจมีไฟหรือควันหนาแน่นอยู่ด้านหลัง ให้หาเส้นทางอื่นหรือปิดห้องเพื่อรอความช่วยเหลือ

7. หากออกจากห้องไม่ได้

หากทางออกมีไฟหรือควันหนาแน่น ไม่ควรฝ่าออกไปโดยไม่เห็นเส้นทาง ให้ปฏิบัติดังนี้

  • ปิดประตูเพื่อกั้นควันและความร้อน
  • ใช้ผ้าหรือวัสดุอุดช่องใต้ประตู
  • โทรแจ้งเจ้าหน้าที่พร้อมระบุตำแหน่งให้ชัดเจน
  • ไปอยู่บริเวณหน้าต่างหรือระเบียงที่ปลอดภัย
  • ส่งสัญญาณด้วยผ้าหรือแสงจากโทรศัพท์
  • อยู่ในระดับต่ำหากมีควันเข้ามาในห้อง

ไม่ควรกระโดดจากอาคารสูง เว้นแต่ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยและมีอุปกรณ์รองรับอย่างเหมาะสม

8. หากเสื้อผ้าติดไฟ ห้ามวิ่ง เพราะจะทำให้ไฟลุกแรงขึ้น ให้ใช้หลัก

  • หยุดวิ่ง
  • ล้มตัวลงกับพื้น
  • ใช้มือปิดใบหน้า
  • กลิ้งตัวไปมาจนไฟดับ

หรือใช้ผ้าห่มหนาคลุมเพื่อดับไฟ โดยหลีกเลี่ยงผ้าที่ติดไฟง่าย

การปฐมพยาบาลแผลไฟไหม้

หลังนำผู้ประสบเหตุออกจากบริเวณอันตรายและมั่นใจว่าหายใจได้ตามปกติแล้ว ให้ปฐมพยาบาลแผลไหม้ดังนี้

1. หยุดกระบวนการไหม้และนำผู้ป่วยออกจากแหล่งความร้อน

2. ถอดแหวน นาฬิกา เข็มขัด หรือเสื้อผ้าที่ไม่ติดกับแผล

3. ใช้น้ำประปาสะอาดอุณหภูมิปกติไหลผ่านบริเวณแผลเพื่อลดความร้อน

4. ปิดแผลหลวม ๆ ด้วยผ้าสะอาดหรือวัสดุปิดแผลที่ไม่ติดผิวหนัง

5. รีบนำส่งโรงพยาบาลหากแผลมีขนาดใหญ่ อยู่ที่ใบหน้า มือ เท้า อวัยวะเพศ หรือสงสัยว่าสูดดมควัน

ห้ามใช้น้ำแข็งประคบโดยตรง ห้ามทายาสีฟัน น้ำปลา น้ำมัน เนย หรือสมุนไพร และไม่ควรเจาะตุ่มพอง เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อเสียหายมากขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

อาการใดต้องรีบไปโรงพยาบาล

ผู้ที่สัมผัสควันไฟควรรีบเข้ารับการประเมิน โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุในห้องหรืออาคารปิด หรือมีอาการดังต่อไปนี้

  • หายใจลำบากหรือหอบเหนื่อย
  • เสียงแหบหรือเสียงเปลี่ยน
  • หายใจมีเสียงดังหรือเสียงหวีด
  • ไอมากหรือไอมีเขม่าดำ
  • มีเขม่าดำในปากหรือจมูก
  • ใบหน้า ริมฝีปาก หรือขนจมูกไหม้
  • ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ หรืออ่อนแรงผิดปกติ
  • คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • สับสน เดินเซ หรือพูดไม่ชัด
  • เจ็บหน้าอกหรือใจสั่น
  • หมดสติหรือชัก
  • ผิวซีดหรือเขียวคล้ำ
  • เคยหมดสติอยู่ในบริเวณเกิดเหตุ
  • เป็นเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ หรือมีโรคหัวใจและโรคปอดเดิม

ไม่ควรใช้ระยะเวลาที่อยู่ในควันเพียงอย่างเดียวตัดสินความรุนแรง เพราะควันแต่ละเหตุการณ์มีความเข้มข้นและชนิดของก๊าซพิษแตกต่างกัน การสัมผัสควันหนาแน่นในพื้นที่ปิดแม้ช่วงเวลาสั้น ๆ ก็อาจเป็นอันตรายได้

การติดอยู่ในห้องที่มีไฟไหม้และควันเป็นภาวะฉุกเฉินที่อันตรายอย่างมาก ผู้ประสบเหตุอาจหมดสติจากการขาดออกซิเจน พิษคาร์บอนมอนอกไซด์ พิษไซยาไนด์ หรือการอุดกั้นของทางเดินหายใจ แม้ไม่มีบาดแผลไฟไหม้ที่ผิวหนัง

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ตั้งสติ รีบอพยพออกจากพื้นที่ ไม่เสียเวลาเก็บทรัพย์สิน ไม่ใช้ลิฟต์ อยู่ต่ำกว่าชั้นควัน และไม่ย้อนกลับเข้าไปในอาคาร หลังออกจากพื้นที่แล้ว หากมีอาการผิดปกติหรือเคยสัมผัสควันหนาแน่นในพื้นที่ปิด ควรรีบเข้ารับการประเมินที่โรงพยาบาล

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

お電話ください

038-860-890

24時間対応

ご質問がある場合やスタッフに連絡したい場合

病院の住所

65/28 ถ.จันทอุดม ต.ท่าประดุ่
อ.เมือง จ.ระยอง 21000