อาการโรคพิษสุนัขบ้าในสุนัขและแมว สังเกตอย่างไร
อาการโรคพิษสุนัขบ้าในสุนัขและแมว สังเกตอย่างไร
โรคพิษสุนัขบ้า หรือ Rabies เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่เกิดได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมถึงสุนัขและแมว เมื่อเชื้อเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางจะทำให้เกิดสมองอักเสบและความผิดปกติของระบบประสาท โรคจะดำเนินอย่างรวดเร็ว และเมื่อสัตว์เริ่มแสดงอาการแล้วแทบทั้งหมดจะเสียชีวิต
สิ่งสำคัญคือ สัตว์ที่ติดเชื้อไม่ได้จำเป็นต้อง “ดุร้าย น้ำลายฟูมปาก” ทุกตัว บางตัวกลับซึม ไม่กัด และมีอาการอัมพาตเป็นอาการเด่น จึงไม่ควรใช้ความดุหรือความเชื่องเพียงอย่างเดียวตัดสินว่าสัตว์มีโรคพิษสุนัขบ้าหรือไม่
อาการสำคัญของโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์
Rabies virus ทำให้เกิด acute encephalitis อาการที่พบได้ในสัตว์ ได้แก่ พฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างเฉียบพลัน ซึม เบื่ออาหาร เดินเซ อ่อนแรง อัมพาต ชัก กลืนลำบาก น้ำลายมาก และอาจมีความก้าวร้าวผิดปกติ
อาการที่มีประโยชน์ในการสงสัยโรคมากคือ พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างเฉียบพลันร่วมกับอัมพาตที่ดำเนินมากขึ้นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
ในทางคลินิกมักอธิบายอาการเป็น 3 ระยะ ได้แก่
- Prodromal phase
- Excitative phase
- Paralytic phase
แต่สัตว์แต่ละตัวไม่ได้แสดงครบทุกระยะ และระยะต่าง ๆ สามารถซ้อนทับกันได้
1.ระยะ prodromal phase พฤติกรรมของสุนัขหรือแมวอาจเปลี่ยนไป
ช่วง prodromal อาจกินเวลาประมาณ 1–3 วันและมีอาการไม่จำเพาะ สัตว์อาจเบื่ออาหาร กระวนกระวาย หงุดหงิด หลบซ่อน หรือมีพฤติกรรมแตกต่างจากเดิมอย่างชัดเจน
จุดที่ประชาชนควรสังเกตคือ “สัตว์ไม่เหมือนเดิม”
ตัวอย่างเช่น
สุนัขที่เคยเป็นมิตรอาจหงุดหงิดหรือก้าวร้าว ในทางกลับกันสัตว์ที่ปกติระแวงคนอาจมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปผิดปกติได้
2. ระยะ excitative phase หรือ โรคพิษสุนัขบ้าแบบดุร้าย หรือ Furious Rabies
นี่คือภาพของโรคพิษสุนัขบ้าที่ประชาชนคุ้นเคยมากที่สุดสัตว์มีภาวะ hyperexcitability หรือระบบประสาทตื่นตัวผิดปกติ อาจกระวนกระวาย หงุดหงิด ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ และแสดงความก้าวร้าวอย่างผิดธรรมชาติสุนัขอาจพยายามกัดคน สัตว์ หรือสิ่งของรอบตัวแม้ได้รับสิ่งกระตุ้นเพียงเล็กน้อย สัตว์อาจเดินหรือวิ่งอย่างไร้จุดหมาย และมีการเปลี่ยนแปลงของเสียงร้องร่วมด้วยเมื่อโรคดำเนินต่อไปจะเริ่มมีความผิดปกติของระบบประสาท เช่น
- เดินเซและการทรงตัวผิดปกติ
- กลืนลำบาก
- น้ำลายไหลมาก
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง
- อัมพาต
- ชัก
- ล้มลงและเสียชีวิต
กรมปศุสัตว์ระบุว่า หลังสัตว์เริ่มแสดงอาการ โรคสามารถดำเนินไปจนเสียชีวิตภายในประมาณ 2–7 วัน
3.ระยะที่ paralytic phaseหรือ โรคพิษสุนัขบ้าแบบซึม
แบบซึม หรือที่เรียกว่า dumb/paralytic rabies เป็นรูปแบบที่ประชาชนอาจมองข้ามได้ง่าย เพราะสัตว์ไม่จำเป็นต้องดุร้ายหรือวิ่งไล่กัดระยะตื่นเต้นอาจสั้นมากจนเจ้าของไม่ทันสังเกต จากนั้นอาการอัมพาตจะเด่นขึ้นอย่างรวดเร็วอาจพบสัตว์ซึม อ่อนแรง เดินไม่มั่นคง ขาหลังอ่อนแรง น้ำลายไหล กลืนอาหารหรือน้ำลำบาก และเกิด progressive paralysis
โดยเฉพาะในสุนัข การเป็นอัมพาตของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับขากรรไกรและการกลืนสามารถทำให้เกิดลักษณะ ขากรรไกรตก ปากอ้า กลืนไม่ได้ และน้ำลายไหล ได้บางครั้งเจ้าของอาจเข้าใจผิดว่า “กระดูกติดคอ” หรือมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในปากและพยายามใช้มือล้วงตรวจ ซึ่งอาจทำให้สัมผัสน้ำลายของสัตว์โดยตรงและเพิ่มความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อ
ดังนั้น หากสัตว์มีอาการกลืนลำบาก น้ำลายไหล ปากหรือขากรรไกรผิดปกติร่วมกับพฤติกรรมหรือระบบประสาทเปลี่ยนแปลง ไม่ควรใช้มือเปล่าล้วงเข้าไปในปากสัตว์
แมวเป็นพิษสุนัขบ้ามีอาการอย่างไร
แมวสามารถติด Rabies virus ได้เช่นเดียวกับสุนัข และอาการทางระบบประสาทโดยหลักคล้ายกัน แต่รายละเอียดบางอย่างอาจแตกต่างงานทบทวนโรคติดเชื้อในแมวรายงานว่า ใน furious form แมวอาจมี พฤติกรรมผิดปกติ ก้าวร้าว กระวนกระวาย กล้ามเนื้อสั่น อ่อนแรง หรือการเคลื่อนไหวไม่ประสานกัน และอาจกัดหรือข่วนโดยไม่มีสิ่งกระตุ้นตามปกติแมวบางตัวมีเสียงร้องมากขึ้นหรือเสียงเปลี่ยนไป เมื่อโรคลุกลามจะเกิด progressive paralysis ตามด้วย coma และเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว
ดังนั้นแมวที่เป็น Rabies ไม่จำเป็นต้องมีเพียงภาพของ “แมวดุ” แต่อาจเริ่มจากพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างผิดปกติ แล้วตามด้วยความผิดปกติของการเดินและอัมพาต
สุนัขหรือแมวกัดคนแล้วดูปกติ หมายความว่าไม่มีเชื้อหรือไม่
ไม่สามารถสรุปจากการมองสัตว์เพียงครั้งเดียวได้ ประเด็นสำคัญคือ Rabies virus สามารถพบในน้ำลายของสุนัขและแมวที่ติดเชื้อได้ ก่อนที่จะเริ่มแสดงอาการทางคลินิกหลายวัน
ด้วยเหตุนี้ หากสุนัขหรือแมวที่ดูแข็งแรงกัดหรือข่วนคนและสามารถติดตามสัตว์ได้ จึงมีหลักการกักและสังเกตสัตว์เป็นเวลา 10 วัน ภายใต้แนวทางของหน่วยงานสาธารณสุข/สัตวแพทย์
อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกกัดหรือข่วนไม่ควรรอให้สัตว์แสดงอาการก่อนจึงไปพบแพทย์ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังมีโรคพิษสุนัขบ้า ควรล้างแผลทันทีและเข้ารับการประเมินความเสี่ยงเพื่อพิจารณาการป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ
สัญญาณเตือนที่เจ้าของสัตว์ไม่ควรมองข้าม
ควรสงสัยและหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำลายของสุนัขหรือแมวที่มี พฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างเฉียบพลันโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ร่วมกับอาการทางระบบประสาท เช่น เดินเซ อ่อนแรง ขาหลังไม่มีแรง กลืนลำบาก น้ำลายมาก ขากรรไกรตก เสียงเปลี่ยน ชัก หรืออัมพาตที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
หากสัตว์มีอาการดังกล่าว ไม่ควรจับปาก ล้วงคอ หรือสัมผัสน้ำลายด้วยมือเปล่า และควรติดต่อสัตวแพทย์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการอย่างเหมาะสม
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
ご質問がある場合やスタッフに連絡したい場合
病院の住所
65/28 ถ.จันทอุดม ต.ท่าประดุ่
อ.เมือง จ.ระยอง 21000