မီနူး
โปรโมชั่นและแพ็คเกจ

ทุเรียนกินคู่กับเหล้า : ความจริงทางการแพทย์ และคำแนะนำที่ปลอดภัย

ทุเรียนห้ามกินกับเหล้า” เป็นคำเตือนที่พบได้บ่อยในสังคมไทย แต่ในเชิงวิทยาศาสตร์

19 ส.ค. 2569
ทุเรียนกินคู่กับเหล้า

ความจริงทางการแพทย์ และคำแนะนำที่ปลอดภัย

ความเชื่อว่า “ทุเรียนห้ามกินกับเหล้า” มีคำอธิบายในเชิงชีวเคมีเกี่ยวกับกระบวนการเผาผลาญแอลกอฮอล์ในตับ โดยสารกำมะถันบางชนิดในทุเรียนอาจมีผลต่อเอนไซม์ที่ช่วยกำจัดสารพิษจากแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกในมนุษย์ที่ยืนยันว่าการรับประทานทุเรียนร่วมกับแอลกอฮอล์ทำให้เสียชีวิตโดยตรง

ร่างกายกำจัดแอลกอฮอล์อย่างไร?

หลังดื่มแอลกอฮอล์ Ethanol จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและถูกเผาผลาญที่ตับเป็นหลัก โดยมี 2 ขั้นตอนสำคัญ คือ

Ethanol → Acetaldehyde → Acetate

ขั้นแรกใช้เอนไซม์ Alcohol Dehydrogenase (ADH) เปลี่ยน Ethanol เป็น Acetaldehyde จากนั้นเอนไซม์ Aldehyde Dehydrogenase (ALDH) จะช่วยเปลี่ยน Acetaldehyde เป็น Acetate ซึ่งมีพิษน้อยกว่า

Acetaldehyde เป็นสารที่มีพิษต่อเซลล์ หากร่างกายกำจัดได้ไม่ทัน อาจทำให้เกิดอาการไม่สบายจากแอลกอฮอล์ได้มากขึ้น จึงถือว่า ALDH มีบทบาทสำคัญในการลดการสะสมของสารนี้

ทุเรียนเกี่ยวข้องอย่างไร?

ทุเรียนมีสารกลุ่ม Volatile Sulfur Compounds (VSCs) หรือสารกำมะถันระเหยง่าย เช่น Disulfide และ Thiol ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุเรียนมีกลิ่นเฉพาะตัว

หลักฐานจากการทดลองในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองที่หน้าเว็บอ้างถึงพบว่า สารจากทุเรียนและสารกำมะถันบางชนิดอาจ ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ ALDH ได้บางส่วน และผลการยับยั้งอาจเพิ่มขึ้นตามปริมาณสารที่ได้รับ

หาก ALDH ทำงานลดลง กระบวนการ

  • Acetaldehyde → Acetate

อาจช้าลง ส่งผลให้ Acetaldehyde สะสมมากขึ้น และอาจทำให้เกิดอาการในลักษณะคล้าย Disulfiram-like Reaction

อาการที่อาจเกิดขึ้น

อาการที่อาจพบเมื่อมีการสะสมของ Acetaldehyde มากขึ้น ได้แก่

  • หน้าแดง ร้อนวูบวาบ
  • ใจสั่นหรือหัวใจเต้นเร็ว
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ความดันโลหิตลดลงในบางราย

ความรุนแรงแตกต่างกันได้ตาม ปริมาณแอลกอฮอล์ ปริมาณทุเรียน ความไวของแต่ละบุคคล และสุขภาพของตับ

กินทุเรียนกับเหล้าแล้วเสียชีวิตจริงหรือ?

ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกในมนุษย์ที่ยืนยันว่าการกินทุเรียนร่วมกับแอลกอฮอล์ทำให้เสียชีวิตโดยตรง แต่ข้อมูลเชิงชีวเคมีและการทดลองสนับสนุนความเป็นไปได้ว่า สารจากทุเรียนอาจรบกวนการกำจัด Acetaldehyde ทำให้อาการไม่พึงประสงค์จากแอลกอฮอล์รุนแรงขึ้นได้

ผู้ที่มีการทำงานของเอนไซม์ ALDH ต่ำจากพันธุกรรม ซึ่งพบได้ในประชากรเอเชียบางส่วน หรือผู้ที่มีโรคตับ อาจมีอาการจาก Acetaldehyde เด่นกว่าคนทั่วไป

ใครบ้างที่ควรระวังเป็นพิเศษ?

หน้าเว็บระบุกลุ่มที่ควรเพิ่มความระมัดระวัง ได้แก่

  • ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
  • ผู้ที่รับประทานทุเรียนปริมาณมาก
  • ผู้มีโรคตับเรื้อรัง ไขมันพอกตับ หรือตับอักเสบ
  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้มีโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ผู้ที่มักหน้าแดงง่ายเมื่อดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจสัมพันธ์กับการทำงานของ ALDH ที่ลดลง

คำแนะนำที่ปลอดภัย

ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานทุเรียนพร้อมกับการดื่มแอลกอฮอล์ และหากจะรับประทานทั้งสองอย่าง ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคปริมาณมาก พร้อมเสนอให้เว้นช่วงประมาณ 4–6 ชั่วโมง ผู้ที่มีโรคตับ เบาหวาน หรือโรคเรื้อรังควรหลีกเลี่ยงเป็นพิเศษ

หากมีอาการผิดปกติหลังดื่ม เช่น ใจสั่นมาก หน้ามืด หรืออาเจียนรุนแรง ควรหยุดดื่ม และเข้ารับการประเมินทางการแพทย์

สรุปจำง่าย

ทุเรียน + แอลกอฮอล์ ไม่ได้มีหลักฐานว่าเป็น “พิษร้ายแรงทันที” โดยตรง แต่สารกำมะถันในทุเรียนอาจรบกวนเอนไซม์ ALDH ทำให้การกำจัด Acetaldehyde ช้าลงและอาจทำให้อาการจากแอลกอฮอล์รุนแรงขึ้น ดังนั้นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดคือ ไม่รับประทานทุเรียนพร้อมกับการดื่มแอลกอฮอล์

ကျန်းမာရေးဆောင်းပါးများ

Chularat Rayong Hospital

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

Chularat Rayong Hospital

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

ကျွန်ုပ်တို့ကိုခေါ်ပါ

038-860-890

24 နာရီ ဝန်ဆောင်မှု

မေးခွန်းများရှိပါက သို့မဟုတ် ဝန်ထမ်းများကို ဆက်သွယ်လိုပါက

ဆေးရုံလိပ်စာ

65/28 ถ.จันทอุดม ต.ท่าประดุ่
อ.เมือง จ.ระยอง 21000