ฮอร์โมน 4 Leptin, Ghrelin, GLP-1 และ PYY : ทำไมบางคนคุมอาหารยากกว่าคนอื่น
ฮอร์โมน 4 Leptin, Ghrelin, GLP-1 และ PYY : ทำไมบางคนคุมอาหารยากกว่าคนอื่น
หัวใจสำคัญอยู่ที่ฮอร์โมน 4 ชนิด ที่ทำงานร่วมกันตลอดเวลาเพื่อกำหนดว่า เราจะเริ่มกิน หยุดกิน หรืออยากกินต่อหลายคนเชื่อว่าการลดน้ำหนักขึ้นอยู่กับ “วินัย” เป็นหลัก แต่ในความเป็นจริง ร่างกายของเรามีระบบควบคุมการกินที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก ศูนย์กลางอยู่ที่
สมองส่วนไฮโปทาลามัส ซึ่งทำหน้าที่รักษาสมดุลพลังงานของร่างกาย หากระบบนี้เปลี่ยนไป แม้ตั้งใจลดอาหารก็ยังหิวบ่อย อิ่มยาก และมีโอกาสกินเกินโดยไม่รู้ตัว
1) Ghrelin — สัญญาณ “เริ่มหิว”
Ghrelin สร้างจากกระเพาะอาหาร หลั่งก่อนมื้ออาหาร ทำหน้าที่บอกสมองว่า “ถึงเวลากินแล้ว”
สูงก่อนอาหาร → รู้สึกหิว
ลดหลังอาหาร → หยุดกิน
แต่เมื่ออดอาหารหรือลดน้ำหนักเร็ว ร่างกายจะเพิ่ม ghrelin อย่างมาก ทำให้เกิดความหิวรุนแรง อยากอาหารหวานและไขมัน และควบคุมอาหารยากที่สำคัญ งานวิจัยพบว่า ghrelin สามารถสูงต่อเนื่องได้หลายเดือนหรือหลายปีหลังลดน้ำหนักนี่คือสาเหตุหลักที่ น้ำหนักกลับ
2) Leptin — สัญญาณ “พอแล้ว”
Leptin หลั่งจากเซลล์ไขมัน ทำหน้าที่บอกสมองว่า พลังงานในร่างกายเพียงพอแล้ว ควรหยุดกิน แต่ในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน มักเกิดภาวะ Leptin resistance คือ leptin สูงแต่สมองไม่รับสัญญาณ จึงยังรู้สึกหิวแม้กินพอแล้วเมื่อเริ่มลดน้ำหนัก leptin จะลดลงรวดเร็ว สมองตีความว่า “กำลังอดอาหาร”→ หิวมากขึ้น และเผาผลาญลดลง ทำให้น้ำหนักกลับง่าย
3) GLP-1 — ฮอร์โมนอิ่มและคุมระดับน้ำตาล
GLP-1 หลั่งจากลำไส้เล็กหลังอาหาร มีบทบาทสำคัญหลายอย่าง
1. ชะลอการล้างกระเพาะ
2. ทำให้อิ่มนาน
3. ลดความอยากอาหาร
4. ควบคุมน้ำตาลในเลือด
ในคนที่น้ำหนักเกิน สัญญาณอิ่มจาก GLP-1 มักลดลง จึงกินต่อได้มากกว่าที่ร่างกายต้องการ นี่คือเหตุผลที่การรักษาโรคอ้วนสมัยใหม่ มุ่งเน้น “เพิ่มสัญญาณอิ่ม” มากกว่าบังคับอดอาหาร
4) PYY — ตัวปิดความหิวหลังมื้ออาหาร
PYY หลั่งจากลำไส้ใหญ่หลังอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีโปรตีน
หน้าที่คือ
ลดความหิว
ลดการกินจุกจิก
ลดความอยากอาหารมื้อต่อไป
PYY ทำงานร่วมกับ GLP-1 ถ้าระดับต่ำ → หิวเร็ว กินบ่อย ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ที่มีโรคอ้วน
ฮอร์โมนทั้ง 4 ทำงานร่วมกันอย่างไร
Ghrelin
สูง → เริ่มกิน
แหล่งผลิต: หลั่งจาก กระเพาะอาหาร เมื่อท้องว่าง
หน้าที่: ส่งสัญญาณไปที่สมอง (Hypothalamus) เพื่อสั่งให้ "หิวและอยากอาหาร"
พฤติกรรม: กระตุ้นให้เราโหยหาของหวาน/ของมัน (พลังงานสูง) และทำให้หน้าตาอาหารดูน่ากินกว่าปกติ
จุดจบ: ระดับจะ ลดลง ทันทีเมื่อมีอาหารตกถึงท้องจนกระเพาะขยายตัว
Leptin
Leptin ดื้อ → ไม่หยุดกิน
คือ "ฮอร์โมนอิ่ม" หลั่งจาก เซลล์ไขมัน เพื่อบอกสมองว่า "พลังงานพอแล้ว หยุดกินได้"แต่เมื่อเกิดภาวะ "ดื้อเลปติน" (Leptin Resistance) สิ่งที่เกิดขึ้นคือ "สมองตาบอดต่อสัญญาณความอิ่ม"
GLP-1
GLP-1 ต่ำ → อิ่มไม่นาน
อาหารผ่านไว: กระเพาะระบายอาหารออกเร็วเกินไป ทำให้ท้องกลับมาว่างไว
สมองไม่ตัดจบ: สัญญาณความอิ่มส่งไปไม่ถึงหรือเบาบาง ทำให้รู้สึกว่า "กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม" หรือ "อิ่มแป๊บเดียวก็หิวใหม่"
PYY
ภาวะ PYY ต่ำ
สัญญาณอิ่มอ่อน: สมองไม่ได้รับสัญญาณว่า "พลังงานพอแล้ว"
ความหิวกลับมาไว: หลังจากกินมื้อหลักเสร็จ แทนที่จะอิ่มไป 4-5 ชั่วโมง กลับรู้สึก "ท้องว่างเร็ว" หรืออยากกินต่อทันที
ผลลัพธ์ : ทำให้ควบคุมปริมาณอาหารในมื้อถัดไปได้ยาก และมักจะ "กินเกิน" (Overeating)
ทำไมบางคนลดน้ำหนักยากกว่าคนอื่น
ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมักมีรูปแบบฮอร์โมนดังนี้
Ghrelin สูง
Leptin ดื้อ
GLP-1 ต่ำ
PYY ต่ำ
ดังนั้นการลดน้ำหนักจึงไม่ใช่แค่เรื่องความตั้งใจ แต่เป็นเรื่อง “ชีววิทยาของร่างกาย” การกินไม่ได้ถูกควบคุมด้วยใจอย่างเดียว แต่ถูกกำหนดโดยระบบฮอร์โมนที่ซับซ้อน
Ghrelin ทำให้หิว
Leptin บอกให้หยุด
GLP-1 และ PYY ทำให้อิ่ม
เมื่อระบบนี้เสียสมดุล การลดน้ำหนักจะเหมือนฝืนร่างกาย แต่เมื่อสัญญาณหิว-อิ่มกลับมาทำงานปกติการกินจะลดลงเองตามธรรมชาติ การจัดการน้ำหนักที่ยั่งยืน จึงไม่ใช่แค่กินน้อยลง แต่คือการฟื้นสมดุลระบบความหิว-อิ่มของร่างกาย
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
မေးခွန်းများရှိပါက သို့မဟုတ် ဝန်ထမ်းများကို ဆက်သွယ်လိုပါက
ဆေးရုံလိပ်စာ
65/28 ถ.จันทอุดม ต.ท่าประดุ่
อ.เมือง จ.ระยอง 21000