เมนู

APOE ε4: ยีนที่ช่วยประเมินความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ในอนาคต

19 ส.ค. 2569

APOE ε4: ยีนที่ช่วยประเมินความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ในอนาคต

โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะสมองเสื่อมทั่วโลก โดยมีลักษณะสำคัญคือการเสื่อมของเซลล์ประสาทอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อความจำ การคิด การตัดสินใจ และการดำเนินชีวิตประจำวัน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความก้าวหน้าทางพันธุศาสตร์ทำให้พบว่า "APOE ε4" เป็นปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมที่สำคัญที่สุดของโรคอัลไซเมอร์ชนิดที่เกิดในผู้สูงอายุ (Late-Onset Alzheimer´s Disease)

APOE หรือ Apolipoprotein E เป็นยีนที่ทำหน้าที่ควบคุมการสร้างโปรตีน ApoE ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขนส่งไขมันและคอเลสเตอรอลในร่างกาย รวมถึงการซ่อมแซมและการทำงานของเซลล์ประสาทในสมอง

ยีน APOE มี 3 รูปแบบหลัก ได้แก่

APOE ε2

APOE ε3

APOE ε4

แต่ละคนจะได้รับยีนจากบิดาและมารดาอย่างละ 1 ชุด ทำให้เกิดรูปแบบทางพันธุกรรมหลายแบบ เช่น ε3/ε3, ε3/ε4 หรือ ε4/ε4

APOE 84 เพิ่มความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ได้อย่างไร?

แม้สาเหตุที่แท้จริงของโรคอัลไซเมอร์ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากพบว่า APOE ε4 มีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการเกิดโรค โดยเฉพาะการส่งเสริมการสะสมของ Amyloid-beta (Aβ) ซึ่งเป็นโปรตีนที่รวมตัวกันเป็นคราบ Amyloid Plaque ในสมอง

ตามทฤษฎี Amyloid Hypothesis เชื่อว่าการสะสมของ Amyloid-beta เป็นหนึ่งในเหตุการณ์แรกที่นำไปสู่การเกิดโรคอัลไซเมอร์ หลังจากนั้นจะเกิดความผิดปกติของ Tau Protein การอักเสบของระบบประสาท การสูญเสียเซลล์ประสาท และภาวะสมองเสื่อมในที่สุด

งานวิจัยพบว่า APOE ε4 มีผลต่อหลายกลไก ได้แก่

ลดประสิทธิภาพในการกำจัด Amyloid-beta ออกจากสมอง

เพิ่มการสะสมของ Amyloid Plaque

เพิ่มการอักเสบของระบบประสาท

ส่งเสริมความเสียหายของหลอดเลือดสมอง

เพิ่มความเสี่ยงของ Cerebral Amyloid Angiopathy (CAA)

เร่งการเกิดพยาธิสภาพของ Tau Protein

ผลลัพธ์คือสมองมีแนวโน้มเกิดการเสื่อมเร็วกว่าผู้ที่ไม่มี APOE ε4

ความเสี่ยงของผู้ที่มียีน APOE E4

การมียีน APOE ε4 ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นโรคอัลไซเมอร์อย่างแน่นอน แต่เป็นการเพิ่มโอกาสเกิดโรคเมื่อเทียบกับประชากรทั่วไป โดยทั่วไป

ผู้ที่ไม่มี APOE ε4 เช่น

  • ε2/ε2
  • ε2/ε3
  • ε3/ε3

มีความเสี่ยงตามอายุและปัจจัยสุขภาพอื่น ๆ

ผู้ที่มี APOE ε4 จำนวน 1 ชุด เช่น

  • ε2/ε4
  • ε3/ε4

มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นประมาณ 2-4 เท่า

ผู้ที่มี APOE ε4 จำนวน 2 ชุด เช่น

  • ε4/ε4

มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นประมาณ 8-12 เท่า และมักมีแนวโน้มเกิดโรคเร็วกว่ากลุ่มอื่น

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ที่มียีน APOE ε4 จำนวนมากที่ไม่เคยเกิดโรคอัลไซเมอร์ตลอดชีวิต และในทางกลับกัน ผู้ที่ไม่มี APOE ε4 ก็ยังสามารถเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้เช่นกัน

APOE E4 ใช้สำหรับวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์หรือไม่?

คำตอบคือ การตรวจ APOE เป็นการประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรม ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค

ผลตรวจ APOE ไม่สามารถบอกได้ว่า

  • เป็นโรคอัลไซเมอร์แล้วหรือไม่
  • จะเป็นโรคเมื่อใด
  • จะเกิดอาการรุนแรงเพียงใด

ดังนั้นผลตรวจจึงต้องนำมาประกอบกับข้อมูลทางคลินิก การประเมินความจำ และการตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่น ๆ

APOE E4 กับ Biomarker สมัยใหม่ของโรคอัลไซเมอร์

ปัจจุบันแนวทางการประเมินความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์กำลังเปลี่ยนจากการรอให้เกิดอาการ ไปสู่การค้นหาความผิดปกติตั้งแต่ระยะก่อนแสดงอาการ Biomarker ที่ได้รับความสนใจในปัจจุบัน ได้แก่

APOE ใช้ประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรม

Amyloid Biomarker ใช้ประเมินการสะสมของ Amyloid-beta ในสมอง

p-tau217 เป็นตัวบ่งชี้ที่สะท้อนการเกิดความผิดปกติของ Tau Protein ซึ่งมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับพยาธิสภาพของโรคอัลไซเมอร์

การใช้ข้อมูลทั้งสามส่วนร่วมกันช่วยเพิ่มความแม่นยำในการประเมินความเสี่ยงและช่วยตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ใครบ้างที่อาจได้รับประโยชน์จากการตรวจ APOE?

การตรวจ APOE อาจเหมาะสำหรับ

ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคอัลไซเมอร์

ผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นภาวะสมองเสื่อมหลายราย

ผู้ที่เริ่มมีปัญหาด้านความจำ

ผู้ที่ต้องการประเมินความเสี่ยงสุขภาพสมองในระยะยาว

ผู้ที่ต้องการตรวจร่วมกับ Biomarker อื่น เช่น p-tau217

ทั้งนี้ควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนและหลังการตรวจ เพื่อทำความเข้าใจความหมายของผลตรวจอย่างถูกต้อง

หากตรวจพบ APOE E4 ควรดูแลตนเองอย่างไร?

แม้จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมได้ แต่สามารถลดปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ได้ด้วยการ

ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

ควบคุมไขมันในเลือด

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

นอนหลับอย่างเพียงพอ

รับประทานอาหารแบบ Mediterranean Diet

ฝึกใช้สมองและเรียนรู้สิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง

งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

การดูแลสุขภาพโดยรวมที่ดีอาจช่วยลดความเสี่ยงและชะลอการเกิดภาวะสมองเสื่อมในอนาคตได้

APOE ε4 เป็นปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมที่สำคัญที่สุดของโรคอัลไซเมอร์ โดยมีบทบาทต่อการสะสมของ Amyloid-beta การอักเสบของระบบประสาท และการเสื่อมของเซลล์สมอง

อย่างไรก็ตาม APOE ε4 ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค แต่เป็นข้อมูลที่ช่วยประเมินความเสี่ยงในอนาคต ปัจจุบันการประเมินความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์มีความแม่นยำมากขึ้นจากการใช้ข้อมูลร่วมกันระหว่าง APOE, Amyloid Biomarker และ p-tau217 ซึ่งช่วยให้สามารถค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะก่อนมีอาการ และเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยสามารถวางแผนดูแลสุขภาพสมองได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่น โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่น โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

โทรหาเราได้ที่

038-284354

038-284355

พร้อมบริการทุกวัน 24 ชม.

หากท่านมีข้อคำถาม หรือติดต่อเจ้าหน้าที่

ที่อยู่โรงพยาบาล

104/15 ก ซ.หน้าวัดต้นสน ถ.อัคนิวาต อ.เมือง จ,ชลบุรี 20000