การตรวจ APOE และ p-tau217
เทคโนโลยีใหม่ในการประเมินความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ก่อนเกิดอาการ
ในอดีต โรค อัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) มักได้รับการวินิจฉัยเมื่อผู้ป่วยเริ่มมีอาการหลงลืม ความจำเสื่อม หรือมีปัญหากับการดำเนินชีวิตประจำวันแล้ว แต่ข้อมูลการศึกษาพบว่า ความผิดปกติในสมอง เช่น การสะสมของ Amyloid-beta และ Tau Protein สามารถเริ่มเกิดขึ้นก่อนมีอาการชัดเจนได้ประมาณ 10–20 ปี.
ปัจจุบันจึงมีการนำ Biomarker และการตรวจพันธุกรรม มาใช้ช่วยประเมินความเสี่ยงและความผิดปกติที่สัมพันธ์กับอัลไซเมอร์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยการตรวจที่กล่าวถึงคือ APOE และ p-tau217.
APOE คืออะไร?
APOE (Apolipoprotein E) เป็นยีนที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งไขมันและคอเลสเตอรอล รวมถึงมีบทบาทต่อระบบประสาทและสมอง โดยมีรูปแบบหลัก 3 ชนิด
- APOE ε2
- APOE ε3
- APOE ε4
ในจำนวนนี้ APOE ε4 เป็นปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมที่สำคัญของโรคอัลไซเมอร์ชนิดที่มักเกิดในผู้สูงอายุ และสัมพันธ์กับแนวโน้มการสะสมของ Amyloid-beta ในสมองมากขึ้น.
การตรวจ APOE ช่วยอะไร?
1. ประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรม
ช่วยประเมินว่าบุคคลนั้นมีปัจจัยทางพันธุกรรมที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงอัลไซเมอร์มากกว่าคนทั่วไปหรือไม่
2. ช่วยประเมินผู้ที่มีประวัติครอบครัว
อาจมีประโยชน์ในผู้ที่บิดาหรือมารดาเป็นอัลไซเมอร์ มีญาติสายตรงเป็นภาวะสมองเสื่อม หรือมีสมาชิกในครอบครัวหลายคนเป็นโรคนี้
3. ช่วยวางแผนดูแลสุขภาพระยะยาว
เมื่อทราบว่ามีความเสี่ยง สามารถให้ความสำคัญกับการควบคุมความดัน น้ำตาล ไขมันในเลือด ออกกำลังกาย นอนหลับให้เพียงพอ และฝึกใช้สมองอย่างต่อเนื่อง.
APOE ε4 เป็นปัจจัยเสี่ยง ไม่ใช่การยืนยันว่าจะเป็นโรคอัลไซเมอร์
p-tau217 คืออะไร?
p-tau217 (Phosphorylated Tau 217) เป็นรูปแบบหนึ่งของโปรตีน Tau ที่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งสัมพันธ์กับพยาธิสภาพของ Alzheimer’s Disease และสามารถตรวจวัดได้จากเลือด.
เมื่อมีการสะสมของ Amyloid-beta ในสมอง จะสัมพันธ์กับความผิดปกติของ Tau Protein และระดับ p-tau217 ในเลือดสามารถเพิ่มขึ้นตามกระบวนการของโรค จึงถูกนำมาใช้เป็น Biomarker ช่วยประเมินความผิดปกติที่สัมพันธ์กับอัลไซเมอร์.
p-tau217 ช่วยอะไร?
1. อาจตรวจพบการเปลี่ยนแปลงก่อนมีอาการชัดเจน
ระดับ p-tau217 สามารถเปลี่ยนแปลงก่อนเกิดอาการความจำเสื่อมหลายปี จึงอาจมีบทบาทในการประเมินผู้ที่อยู่ในระยะ
- Preclinical Alzheimer’s Disease
- Mild Cognitive Impairment (MCI)
2. สัมพันธ์กับพยาธิสภาพในสมอง
p-tau217 มีความสัมพันธ์กับ
- Amyloid Plaque
- Tau Tangle
- Amyloid PET
- Tau PET
3. ช่วยประเมินผู้ที่เริ่มมีปัญหาความจำ
ในผู้ที่เริ่มหลงลืมหรือสงสัยภาวะสมองเสื่อม ผลตรวจสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินสาเหตุของอาการได้.
4. ช่วยคัดกรองก่อนการตรวจที่ซับซ้อนกว่า
ในบางกรณีอาจนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนตรวจเพิ่มเติม เช่น Amyloid PET, Tau PET หรือการเจาะน้ำไขสันหลัง.
APOE กับ p-tau217 ต่างกันอย่างไร?
- APOE มี ความเสี่ยงทางพันธุกรรม หรือไม่
- p-tau217 มี สัญญาณพยาธิสภาพที่สัมพันธ์กับอัลไซเมอร์ หรือไม่
การตรวจทั้งสองชนิดจึงให้ข้อมูล คนละด้าน และสามารถนำมาประเมินร่วมกันได้.
ตัวอย่างการแปลผลร่วมกัน
APOE ε4 เป็นบวก + p-tau217 ปกติ
→ มีปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรม แต่ยังไม่พบสัญญาณจาก p-tau217 ที่บ่งชี้พยาธิสภาพตามการประเมินนี้
APOE ε4 เป็นบวก + p-tau217 สูง
→ มีทั้งปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมและสัญญาณที่สัมพันธ์กับพยาธิสภาพของ Alzheimer’s Disease
APOE ε4 เป็นลบ + p-tau217 สูง
→ แม้ไม่มี APOE ε4 ก็ยังสามารถมีพยาธิสภาพที่สัมพันธ์กับอัลไซเมอร์ได้ เพราะโรคไม่ได้เกิดจากยีน APOE ε4 เพียงปัจจัยเดียว.
ใครบ้างที่อาจพิจารณาการตรวจ?
กลุ่มที่อาจนำการตรวจ APOE และ p-tau217 มาพิจารณา ได้แก่
- ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
- มีประวัติครอบครัวเป็นโรคอัลไซเมอร์
- เริ่มมีปัญหาด้านความจำ
- มีภาวะ Mild Cognitive Impairment (MCI)
- มีปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด
- ผู้ที่ต้องการประเมินสุขภาพสมองเชิงป้องกัน.
สรุปจำง่าย
APOE
→ ดู ความเสี่ยงจากพันธุกรรม
p-tau217
→ ดู Biomarker ที่สัมพันธ์กับพยาธิสภาพของ Alzheimer’s Disease
APOE ε4 เป็นบวก ≠ เป็นอัลไซเมอร์แน่นอน
p-tau217 สูง ≠ ใช้ยืนยันโรคเพียงค่าเดียว
การนำข้อมูลจากทั้ง APOE + p-tau217 + อาการ + การทดสอบความจำ + การตรวจสมองตามข้อบ่งชี้ มาพิจารณาร่วมกัน ช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงและวางแผนดูแลสุขภาพสมองได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น.