เมนู
โปรโมชั่นและแพ็คเกจ

การตรวจ APOE และ p-tau217 เทคโนโลยีใหม่ในการประเมินความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ก่อนเกิดอาการ

ความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบันทำให้สามารถประเมินความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ได้ตั้งแต่ระยะก่อนแสดงอาการ ผ่านการตรวจ Biomarker และการตรวจพันธุกรรม เช่น APOE และ p-tau217

19 ส.ค. 2569

การตรวจ APOE และ p-tau217
เทคโนโลยีใหม่ในการประเมินความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ก่อนเกิดอาการ


ในอดีต โรค อัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) มักได้รับการวินิจฉัยเมื่อผู้ป่วยเริ่มมีอาการหลงลืม ความจำเสื่อม หรือมีปัญหากับการดำเนินชีวิตประจำวันแล้ว แต่ข้อมูลการศึกษาพบว่า ความผิดปกติในสมอง เช่น การสะสมของ Amyloid-beta และ Tau Protein สามารถเริ่มเกิดขึ้นก่อนมีอาการชัดเจนได้ประมาณ 10–20 ปี.

ปัจจุบันจึงมีการนำ Biomarker และการตรวจพันธุกรรม มาใช้ช่วยประเมินความเสี่ยงและความผิดปกติที่สัมพันธ์กับอัลไซเมอร์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยการตรวจที่กล่าวถึงคือ APOE และ p-tau217.

APOE คืออะไร?

APOE (Apolipoprotein E) เป็นยีนที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งไขมันและคอเลสเตอรอล รวมถึงมีบทบาทต่อระบบประสาทและสมอง โดยมีรูปแบบหลัก 3 ชนิด

  • APOE ε2
  • APOE ε3
  • APOE ε4

ในจำนวนนี้ APOE ε4 เป็นปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมที่สำคัญของโรคอัลไซเมอร์ชนิดที่มักเกิดในผู้สูงอายุ และสัมพันธ์กับแนวโน้มการสะสมของ Amyloid-beta ในสมองมากขึ้น.

การตรวจ APOE ช่วยอะไร?

1. ประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรม

ช่วยประเมินว่าบุคคลนั้นมีปัจจัยทางพันธุกรรมที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงอัลไซเมอร์มากกว่าคนทั่วไปหรือไม่

2. ช่วยประเมินผู้ที่มีประวัติครอบครัว

อาจมีประโยชน์ในผู้ที่บิดาหรือมารดาเป็นอัลไซเมอร์ มีญาติสายตรงเป็นภาวะสมองเสื่อม หรือมีสมาชิกในครอบครัวหลายคนเป็นโรคนี้

3. ช่วยวางแผนดูแลสุขภาพระยะยาว

เมื่อทราบว่ามีความเสี่ยง สามารถให้ความสำคัญกับการควบคุมความดัน น้ำตาล ไขมันในเลือด ออกกำลังกาย นอนหลับให้เพียงพอ และฝึกใช้สมองอย่างต่อเนื่อง.

APOE ε4 เป็นปัจจัยเสี่ยง ไม่ใช่การยืนยันว่าจะเป็นโรคอัลไซเมอร์

p-tau217 คืออะไร?

p-tau217 (Phosphorylated Tau 217) เป็นรูปแบบหนึ่งของโปรตีน Tau ที่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งสัมพันธ์กับพยาธิสภาพของ Alzheimer’s Disease และสามารถตรวจวัดได้จากเลือด.

เมื่อมีการสะสมของ Amyloid-beta ในสมอง จะสัมพันธ์กับความผิดปกติของ Tau Protein และระดับ p-tau217 ในเลือดสามารถเพิ่มขึ้นตามกระบวนการของโรค จึงถูกนำมาใช้เป็น Biomarker ช่วยประเมินความผิดปกติที่สัมพันธ์กับอัลไซเมอร์.


p-tau217 ช่วยอะไร?

1. อาจตรวจพบการเปลี่ยนแปลงก่อนมีอาการชัดเจน

ระดับ p-tau217 สามารถเปลี่ยนแปลงก่อนเกิดอาการความจำเสื่อมหลายปี จึงอาจมีบทบาทในการประเมินผู้ที่อยู่ในระยะ

  • Preclinical Alzheimer’s Disease
  • Mild Cognitive Impairment (MCI)


2. สัมพันธ์กับพยาธิสภาพในสมอง

p-tau217 มีความสัมพันธ์กับ

  • Amyloid Plaque
  • Tau Tangle
  • Amyloid PET
  • Tau PET

3. ช่วยประเมินผู้ที่เริ่มมีปัญหาความจำ

ในผู้ที่เริ่มหลงลืมหรือสงสัยภาวะสมองเสื่อม ผลตรวจสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินสาเหตุของอาการได้.

4. ช่วยคัดกรองก่อนการตรวจที่ซับซ้อนกว่า

ในบางกรณีอาจนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนตรวจเพิ่มเติม เช่น Amyloid PET, Tau PET หรือการเจาะน้ำไขสันหลัง.

APOE กับ p-tau217 ต่างกันอย่างไร?

  • APOE มี ความเสี่ยงทางพันธุกรรม หรือไม่
  • p-tau217 มี สัญญาณพยาธิสภาพที่สัมพันธ์กับอัลไซเมอร์ หรือไม่

การตรวจทั้งสองชนิดจึงให้ข้อมูล คนละด้าน และสามารถนำมาประเมินร่วมกันได้.

ตัวอย่างการแปลผลร่วมกัน

APOE ε4 เป็นบวก + p-tau217 ปกติ

→ มีปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรม แต่ยังไม่พบสัญญาณจาก p-tau217 ที่บ่งชี้พยาธิสภาพตามการประเมินนี้

APOE ε4 เป็นบวก + p-tau217 สูง

→ มีทั้งปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมและสัญญาณที่สัมพันธ์กับพยาธิสภาพของ Alzheimer’s Disease

APOE ε4 เป็นลบ + p-tau217 สูง

→ แม้ไม่มี APOE ε4 ก็ยังสามารถมีพยาธิสภาพที่สัมพันธ์กับอัลไซเมอร์ได้ เพราะโรคไม่ได้เกิดจากยีน APOE ε4 เพียงปัจจัยเดียว.


ใครบ้างที่อาจพิจารณาการตรวจ?

กลุ่มที่อาจนำการตรวจ APOE และ p-tau217 มาพิจารณา ได้แก่

  • ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคอัลไซเมอร์
  • เริ่มมีปัญหาด้านความจำ
  • มีภาวะ Mild Cognitive Impairment (MCI)
  • มีปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ผู้ที่ต้องการประเมินสุขภาพสมองเชิงป้องกัน.

สรุปจำง่าย

APOE

→ ดู ความเสี่ยงจากพันธุกรรม

p-tau217

→ ดู Biomarker ที่สัมพันธ์กับพยาธิสภาพของ Alzheimer’s Disease

APOE ε4 เป็นบวก ≠ เป็นอัลไซเมอร์แน่นอน

p-tau217 สูง ≠ ใช้ยืนยันโรคเพียงค่าเดียว

การนำข้อมูลจากทั้ง APOE + p-tau217 + อาการ + การทดสอบความจำ + การตรวจสมองตามข้อบ่งชี้ มาพิจารณาร่วมกัน ช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงและวางแผนดูแลสุขภาพสมองได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น.

บทความสุขภาพ

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่น โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่น โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

โทรหาเราได้ที่

038-284354

038-284355

พร้อมบริการทุกวัน 24 ชม.

หากท่านมีข้อคำถาม หรือติดต่อเจ้าหน้าที่

ที่อยู่โรงพยาบาล

104/15 ก ซ.หน้าวัดต้นสน ถ.อัคนิวาต อ.เมือง จ,ชลบุรี 20000