เมนู
โปรโมชั่นและแพ็คเกจ

การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารแบบผ่านกล้อง Laparoscopic Sleeve Gastrectomy

โรคอ้วน(Obesity) เป็นภาวะเรื้อรังที่มีความซับซ้อนทางเมตาบอลิซึม และเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หลายชนิด เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง

18 ส.ค. 2569
โรคอ้วน(Obesity) เป็นภาวะเรื้อรังที่มีความซับซ้อนทางเมตาบอลิซึม และเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หลายชนิด เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การรักษาโรคอ้วนด้วยวิธีปรับพฤติกรรม โภชนบำบัด และการใช้ยาอาจได้ผลในผู้ป่วยบางราย อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคอ้วนระดับรุนแรงหรือมีโรคร่วมหลายชนิด

การผ่าตัดลดน้ำหนัก (Bariatric Surgery) ถือเป็นทางเลือกที่มีหลักฐานทางวิชาการรองรับอย่างชัดเจนหนึ่งในวิธีการที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิผลสูงการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารแบบผ่านกล้อง(Laparoscopic Sleeve Gastrectomy)

หลักการพยาธิสรีรวิทยาและกลไกการออกฤทธิ์

Laparoscopic Sleeve Gastrectomy เป็นการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารถาวร โดยตัดกระเพาะออกประมาณ 70–80% เหลือกระเพาะในลักษณะเป็นท่อแคบ (sleeve) ความจุประมาณ 100–200 มิลลิลิตร การผ่าตัดนี้ดำเนินการด้วยเทคนิคส่องกล้องผ่านแผลขนาดเล็ก (Minimally Invasive Surgery) ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและส่งเสริมการฟื้นตัวที่รวดเร็ว

กลไกหลักของการลดน้ำหนัก ประกอบด้วยส่วนสำคัญ ได้แก่

  • Restrictive mechanism – จำกัดปริมาณอาหารที่สามารถรับประทานได้ในแต่ละครั้ง เนื่องจากกระเพาะมีขนาดเล็กลง ทำให้เกิดความรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น
  • Hormonal modulation – ส่วนของกระเพาะที่ถูกตัดออกเป็นบริเวณที่ผลิตฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนกระตุ้นความอยากอาหาร การลดระดับฮอร์โมนนี้ช่วยลดความอยากอาหารและปรับสมดุลเมตาบอลิซึมของร่างกาย

ผลลัพธ์ที่ได้ไม่เพียงเป็นการลดน้ำหนัก แต่ยังส่งผลต่อการปรับปรุงความไวของอินซูลินและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

การพิจารณาผ่าตัดสลีฟต้องอยู่ภายใต้การประเมินโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ โดยทั่วไปมีข้อบ่งชี้ ได้แก่

  • ดัชนีมวลกาย (BMI) ≥ 37.5 กก./ม² ไม่ต้องมีโรคร่วม
  • BMI ≥ 32.5 กก./ม² ร่วมกับโรคร่วมที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • ผู้ป่วยที่ไม่สามารถควบคุมน้ำหนักได้ด้วยการรักษาแบบอนุรักษ์นิยม

การคัดกรองจะรวมถึงการประเมินด้านอายุรกรรม ศัลยกรรม วิสัญญี โภชนาการ และสุขภาพจิต เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ป่วยมีความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

ขั้นตอนการผ่าตัด

การผ่าตัดทำภายใต้การดมยาสลบแบบทั่วไป ศัลยแพทย์จะทำแผลเล็กบริเวณหน้าท้อง 4–5 จุด เพื่อใส่กล้องและเครื่องมือผ่าตัด จากนั้นใช้เครื่องมือเย็บตัด (Stapling device) ตัดกระเพาะตามแนวความยาวโดยอ้างอิงจาก bougie เพื่อควบคุมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของกระเพาะใหม่

ระยะเวลาการผ่าตัดเฉลี่ยประมาณ 60–120 นาที หลังผ่าตัดผู้ป่วยจะได้รับการเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด และเริ่มโปรแกรมโภชนาการแบบขั้นบันได ตั้งแต่อาหารเหลวใส อาหารเหลวข้น ไปจนถึงอาหารอ่อนตามลำดับ



ผลลัพธ์ทางคลินิก

การศึกษาระยะยาวพบว่าผู้ป่วยสามารถลดน้ำหนักส่วนเกิน (Excess Weight Loss) ได้ประมาณ 50–70% ภายใน 1–2 ปีแรกหลังผ่าตัด นอกจากนี้ยังมีข้อมูลสนับสนุนว่าการผ่าตัดช่วยให้

  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น และบางรายเข้าสู่ภาวะเบา หวานสงบ (Diabetes remission)
  • ลดระดับความดันโลหิต
  • ลดระดับไขมันในเลือด
  • ลดความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของการผ่าตัดสลีฟในฐานะการรักษาเชิงเมตาบอลิซึม (Metabolic Surgery)

ภาวะแทรกซ้อนและการติดตามระยะยาว

แม้การผ่าตัดจะมีความปลอดภัยสูง แต่ยังคงมีความเสี่ยง เช่น

  • การรั่วของแนวเย็บกระเพาะ (Staple line leak)
  • เลือดออก
  • ภาวะขาดวิตามินและแร่ธาตุ
  • ภาวะกรดไหลย้อนที่เพิ่มขึ้นในบางราย

ดังนั้น การติดตามผลระยะยาวมีความสำคัญ ผู้ป่วยจำเป็นต้องปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร รับประทานวิตามินเสริมตามคำแนะนำ และเข้ารับการตรวจติดตามเป็นระยะ

Laparoscopic Sleeve Gastrectomy เป็นหัตถการที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาโรคอ้วนและโรคร่วมทางเมตาบอลิซึม โดยอาศัยกลไกทั้งด้านการจำกัดปริมาณอาหารและการปรับสมดุลฮอร์โมนความอยากอาหาร การผ่าตัดควรดำเนินการในสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน และโดยทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและยั่งยืน

การวางแผนรักษาอย่างเหมาะสม การคัดกรองผู้ป่วยอย่างรอบคอบ และการติดตามระยะยาว เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้การผ่าตัดสลีฟไม่เพียงช่วยลดน้ำหนัก แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิตและลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ

บทความสุขภาพ

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่น โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่น โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

โทรหาเราได้ที่

038-284354

038-284355

พร้อมบริการทุกวัน 24 ชม.

หากท่านมีข้อคำถาม หรือติดต่อเจ้าหน้าที่

ที่อยู่โรงพยาบาล

104/15 ก ซ.หน้าวัดต้นสน ถ.อัคนิวาต อ.เมือง จ,ชลบุรี 20000