ทำไมดื่มเท่ากัน แต่ผู้หญิงกลับเมาเร็วกว่าผู้ชาย?
ทำไมดื่มเท่ากัน แต่ผู้หญิงกลับเมาเร็วกว่าผู้ชาย?
หลายคนอาจเคยสังเกตว่า เมื่อผู้หญิงและผู้ชายดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณเท่ากัน ผู้หญิงมักมีอาการมึนเมาเร็วกว่า ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่า และได้รับผลกระทบจากแอลกอฮอล์มากกว่าผู้ชาย
ความแตกต่างนี้ไม่ได้เกิดจากความสามารถในการดื่มเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากความแตกต่างทางสรีรวิทยา การเผาผลาญ และฮอร์โมนเพศ ซึ่งได้รับการยืนยันจากงานวิจัยทางการแพทย์หลายฉบับ การเข้าใจกลไกเหล่านี้จะช่วยให้ผู้หญิงสามารถดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างมีความรู้และลดความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว
แอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายและถูกกำจัดอย่างไร?
หลังจากดื่มแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์จะถูกดูดซึมผ่านกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กเข้าสู่กระแสเลือด จากนั้นกระจายไปยังอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการมึนเมา ตับจะทำหน้าที่กำจัดแอลกอฮอล์ผ่านเอนไซม์สำคัญ ได้แก่
- Alcohol Dehydrogenase (ADH)
- Aldehyde Dehydrogenase (ALDH)
ปัจจัยที่มีผลต่อระดับแอลกอฮอล์ในเลือด ได้แก่
- ปริมาณที่ดื่ม
- ความเร็วในการดื่ม
- น้ำหนักตัว
- ปริมาณอาหารในกระเพาะ
- อายุ
- เพศ
เพศเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อระดับแอลกอฮอล์ในเลือดอย่างชัดเจน
ผู้หญิงมีปริมาณน้ำในร่างกายน้อยกว่าผู้ชาย
แอลกอฮอล์เป็นสารที่ละลายในน้ำได้ดี โดยทั่วไป
ผู้ชายมีปริมาณน้ำในร่างกายประมาณ 55–65%ผู้หญิงมีปริมาณน้ำในร่างกายประมาณ 45–55%
ในขณะที่ผู้หญิงมีสัดส่วนไขมันในร่างกายมากกว่าผู้ชายตามธรรมชาติ เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณเท่ากัน แอลกอฮอล์จึงถูกเจือจางในปริมาณน้ำที่น้อยกว่า ทำให้ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงขึ้นมากกว่าผู้ชาย ผลคือ ผู้หญิงจะเริ่มมีอาการมึนเมาเร็วกว่า แม้จะดื่มในปริมาณเท่ากันก็ตาม
ผู้หญิงมีการกำจัดแอลกอฮอล์ในกระเพาะอาหารได้น้อยกว่า
ก่อนที่แอลกอฮอล์จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ร่างกายสามารถกำจัดแอลกอฮอล์บางส่วนได้ตั้งแต่ในกระเพาะอาหารผ่านเอนไซม์ Alcohol Dehydrogenase กระบวนการนี้เรียกว่า First-Pass Metabolism
งานวิจัยจากวารสาร New England Journal of Medicine พบว่า ผู้หญิงมีการทำงานของเอนไซม์ดังกล่าวในกระเพาะอาหารต่ำกว่าผู้ชาย ส่งผลให้
- แอลกอฮอล์ถูกกำจัดได้น้อยกว่า
- แอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือดมากกว่า
- ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่า
แม้จะดื่มเครื่องดื่มชนิดเดียวกันและปริมาณเท่ากัน
ฮอร์โมนเพศหญิงมีผลต่อการเมา
ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) มีผลต่อการตอบสนองของร่างกายต่อแอลกอฮอล์ ฮอร์โมนเหล่านี้ส่งผลต่อ
- การดูดซึมแอลกอฮอล์
- การกระจายตัวของแอลกอฮอล์ในร่างกาย
- การทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง
ในผู้หญิงบางราย อาการมึนเมาอาจเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงของรอบเดือน เนื่องจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ ฮอร์โมนเพศหญิงยังมีผลต่อสารสื่อประสาทในสมอง เช่น
- Dopamine
- GABA
- Serotonin
ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่แอลกอฮอล์ออกฤทธิ์ จึงอาจทำให้ผู้หญิงมีความไวต่อผลของแอลกอฮอล์มากกว่าผู้ชาย
ทำไมผู้หญิงจึงได้รับผลเสียจากแอลกอฮอล์มากกว่า?
แม้ว่าจะดื่มในปริมาณน้อยกว่าผู้ชาย ผู้หญิงยังมีความเสี่ยงต่อโรคที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์มากกว่า
1. โรคตับ ผู้หญิงสามารถเกิด
- ไขมันพอกตับ
- ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์
- ตับแข็ง
ได้เร็วกว่าและในปริมาณการดื่มที่ต่ำกว่า
2. โรคหัวใจและหลอดเลือด การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำเพิ่มความเสี่ยงต่อ
- ความดันโลหิตสูง
- หัวใจเต้นผิดจังหวะ
- กล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม
3. ผลกระทบต่อสมอง ผู้หญิงมีแนวโน้มเกิด
- ความจำเสื่อม
- การทำงานของสมองลดลง
- ความผิดปกติทางอารมณ์
ได้เร็วกว่าผู้ชายเมื่อได้รับแอลกอฮอล์ในระดับเดียวกัน
4. ความเสี่ยงต่อมะเร็ง องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ไม่มีระดับการดื่มแอลกอฮอล์ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพอย่างสมบูรณ์ การดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งหลายชนิด เช่น
- มะเร็งช่องปาก
- มะเร็งคอหอย
- มะเร็งหลอดอาหาร
- มะเร็งตับ
- มะเร็งลำไส้ใหญ่
- มะเร็งเต้านม
โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิง
ผู้หญิงควรดื่มแอลกอฮอล์ได้มากแค่ไหน?
ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกย้ำว่า ไม่มีระดับการดื่มที่ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่เลือกดื่ม ควรจำกัดปริมาณให้อยู่ในระดับความเสี่ยงต่ำ โดยทั่วไปแนะนำว่า
- ผู้หญิงไม่ควรเกิน 1 Standard Drink ต่อวัน
- ไม่ควรดื่มทุกวัน
- ควรมีวันงดดื่มหลายวันต่อสัปดาห์
- หลีกเลี่ยงการดื่มรวดเร็วหรือดื่มหนักในครั้งเดียว
ตัวอย่าง 1 Standard Drink
- เบียร์ 5% ประมาณ 250–330 มิลลิลิตร
- ไวน์ 12% ประมาณ 100–150 มิลลิลิตร
- สุรา 40% ประมาณ 30–45 มิลลิลิตร
ผู้หญิงเมาง่ายกว่าผู้ชายเนื่องจากมีปริมาณน้ำในร่างกายน้อยกว่า มีการกำจัดแอลกอฮอล์ในกระเพาะอาหารได้น้อยกว่า และได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมนเพศหญิงที่ส่งผลต่อการเผาผลาญและการตอบสนองของสมองต่อแอลกอฮอล์
ดังนั้น เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณเท่ากัน ผู้หญิงมักมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่า เมาเร็วกว่า และมีความเสี่ยงต่อผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าผู้ชาย
การดื่มอย่างมีสติ รู้ขีดจำกัดของตนเอง และหลีกเลี่ยงการดื่มเกินความสามารถของร่างกาย เป็นวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงจากแอลกอฮอล์และดูแลสุขภาพในระยะยาว
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่น โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่น โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
หากท่านมีข้อคำถาม หรือติดต่อเจ้าหน้าที่
ที่อยู่โรงพยาบาล
104/15 ก ซ.หน้าวัดต้นสน ถ.อัคนิวาต อ.เมือง จ,ชลบุรี 20000