การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด (Total Knee Arthroplasty: TKA) หรือ Total Knee Replacement (TKR) เป็นการผ่าตัดทางศัลยกรรมกระดูกและข้อสำหรับผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อมระยะรุนแรง โดยแพทย์จะนำผิวข้อและกระดูกส่วนที่สึกหรอออก แล้วแทนที่ด้วยข้อเข่าเทียมที่ออกแบบให้ทำงานใกล้เคียงข้อเข่าธรรมชาติ เป้าหมายสำคัญคือ ลดอาการปวด ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว และช่วยให้กลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ดีขึ้น
ข้อเข่าเสื่อมคืออะไร?
Knee Osteoarthritis เกิดจากกระดูกอ่อนผิวข้อเสื่อมและสึกหรอ ทำให้กระดูกภายในข้อเสียดสีกันมากขึ้น เกิดการอักเสบ ปวด และอาจทำให้ข้อเข่าผิดรูปในระยะยาว พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่สามารถเกิดในวัยทำงานได้เช่นกัน.
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ อายุที่มากขึ้น น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน เคยบาดเจ็บข้อเข่า ใช้งานข้อเข่าหนักเป็นเวลานาน แนวกระดูกขาผิดปกติ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และประวัติข้อเข่าเสื่อมในครอบครัว.
- อาการข้อเข่าเสื่อมที่พบบ่อย
- ปวดเข่าขณะเดิน ยืน หรือขึ้นลงบันได
- ปวดหลังใช้งานเป็นเวลานาน
- ข้อเข่าฝืด โดยเฉพาะหลังตื่นนอน
- มีเสียงกรอบแกรบในข้อ
- ข้อเข่าบวมเป็นครั้งคราว
- เดินได้ระยะทางสั้นลง
- ขาโก่งหรือข้อเข่าผิดรูป
- ปวดจนรบกวนการนอนหลับ
เมื่ออาการรุนแรง ผู้ป่วยอาจเริ่มทำกิจกรรมพื้นฐาน เช่น เดินตลาด ลุกจากเก้าอี้ หรือขึ้นบันไดได้ลำบาก.
ระยะแรกยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป
ก่อนพิจารณาการผ่าตัด แพทย์มักเริ่มจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อน เช่น ลดน้ำหนัก ออกกำลังกายและทำกายภาพบำบัด ใช้ยาแก้ปวดหรือยาต้านการอักเสบ และพิจารณาฉีดยาเข้าข้อเข่าในบางราย.
การลดน้ำหนักประมาณ 5–10% ของน้ำหนักตัว ในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน สามารถช่วยลดแรงกดต่อข้อและช่วยให้อาการปวดดีขึ้น ส่วนการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาช่วยเพิ่มความมั่นคงของข้อเข่า.
ยาหรือการรักษาที่กล่าวถึง ได้แก่ Paracetamol, NSAIDs, ยาทาภายนอก รวมถึงการฉีด Steroid หรือ Hyaluronic Acid เข้าข้อในผู้ป่วยบางราย.
เมื่อไรควรพิจารณาเปลี่ยนข้อเข่าเทียม?
ผู้ที่อาจได้รับประโยชน์จาก TKA ได้แก่
- ข้อเข่าเสื่อมระยะรุนแรงจากภาพเอกซเรย์
- ปวดเรื้อรังแม้รักษาอย่างเหมาะสมแล้ว
- เดินหรือทำกิจวัตรประจำวันลำบาก
- มีข้อเข่าผิดรูป เช่น ขาโก่งหรือขาเข่าเบียด
- ปวดจนรบกวนการนอน
- คุณภาพชีวิตลดลงอย่างมาก
การตัดสินใจผ่าตัด ไม่ได้ดูอายุเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาจากอาการ ความรุนแรงของโรค และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย.
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
ก่อนผ่าตัด ผู้ป่วยจะได้รับการประเมินอย่างละเอียด เช่น
- ตรวจร่างกาย → เอกซเรย์ข้อเข่า → ตรวจเลือด → ประเมินโรคประจำตัว → ประเมินความพร้อมด้านวิสัญญี.
ขั้นตอนการผ่าตัด TKA
โดยสรุป การผ่าตัดประกอบด้วย
เปิดแผลบริเวณข้อเข่า
- → ตัดผิวข้อที่สึกหรอ
- → ปรับแต่งผิวกระดูก
- → ใส่ข้อเข่าเทียม
- → ทดสอบการเคลื่อนไหวและความมั่นคง
- → ปิดแผล
ระยะเวลาผ่าตัดโดยทั่วไปประมาณ 1–2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของผู้ป่วยแต่ละราย.
ข้อเข่าเทียมทำจากอะไร?
วัสดุที่ใช้ในข้อเข่าเทียมปัจจุบัน ได้แก่
- โลหะผสม Cobalt-Chromium
- Titanium
- พลาสติกทางการแพทย์ชนิดพิเศษ Polyethylene
- วัสดุเหล่านี้ถูกออกแบบให้ทนต่อแรงกดและการเคลื่อนไหวของข้อเข่าในระยะยาว.
ประโยชน์หลังผ่าตัด
ผลที่คาดหวังจากการเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ได้แก่
- ลดอาการปวด
- เดินได้ไกลขึ้น
- ขึ้นลงบันไดดีขึ้น
- ช่วยแก้ไขข้อเข่าผิดรูป
- ทำกิจวัตรประจำวันได้มากขึ้น
- คุณภาพชีวิตดีขึ้น
- การฟื้นตัวหลังผ่าตัด
ปัจจุบันมีแนวคิด Enhanced Recovery After Surgery (ERAS) เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น โดยทั่วไปอาจเริ่ม ลุกนั่งภายใน 24 ชั่วโมง และเริ่มฝึกเดินร่วมกับนักกายภาพบำบัดได้ตั้งแต่ระยะแรก.
ช่วงเวลาฟื้นตัวโดยประมาณคือ
การทำ กายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อผลการรักษา.
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
แม้ TKA จะเป็นการผ่าตัดที่มีความปลอดภัยสูง แต่ยังมีความเสี่ยงบางประการ เช่น
การติดเชื้อ
- ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ
- เลือดออกหลังผ่าตัด
- ข้อเข่าติด
- ข้อเข่าเทียมหลวมในระยะยาว
- การบาดเจ็บต่อเส้นประสาทหรือหลอดเลือด ซึ่งพบได้น้อย
ข้อเข่าเทียมอยู่ได้นานแค่ไหน?
ข้อเข่าเทียมรุ่นปัจจุบัน มีความทนทานมากขึ้น โดยข้อมูลที่นำเสนอระบุว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 15–20 ปี หรือมากกว่านั้นในผู้ป่วยจำนวนมาก ทั้งนี้อายุการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ น้ำหนัก ระดับกิจกรรม และการดูแลหลังผ่าตัด.
หลังเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทำอะไรได้บ้าง?
นั่งพื้นได้หรือไม่?
ผู้ป่วยบางรายสามารถทำได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์ เพราะขึ้นอยู่กับชนิดของข้อเทียมและความสามารถในการเคลื่อนไหวหลังฟื้นตัว.
ออกกำลังกายได้หรือไม่?
สามารถออกกำลังกายได้ โดยแนะนำกิจกรรมแรงกระแทกต่ำ เช่น เดิน ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และกายบริหาร ตามคำแนะนำของแพทย์.
ผู้สูงอายุผ่าตัดได้หรือไม่?
สามารถผ่าตัดได้ หากการประเมินพบว่าสุขภาพโดยรวมเหมาะสมและสามารถรับการผ่าตัดได้.
สรุปจำง่าย
ข้อเข่าเสื่อมระยะแรก
- → ลดน้ำหนัก + กายภาพ + ออกกำลัง + ยา/การรักษาเฉพาะราย
ข้อเข่าเสื่อมรุนแรง + ปวดเรื้อรัง + เดินลำบาก + คุณภาพชีวิตลดลง
- → อาจพิจารณา Total Knee Arthroplasty (TKA)
เป้าหมายของ TKA
- → ลดปวด + แก้ข้อผิดรูป + เดินดีขึ้น + ฟื้นฟูคุณภาพชีวิต
หากมีอาการปวดเข่าเรื้อรัง เดินลำบาก หรือข้อเข่าเสื่อมจนกระทบชีวิตประจำวัน ควรได้รับการประเมินจาก แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมกระดูกและข้อ เพื่อเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสม.