ไขมันในเลือด คืออะไร?
การแปลผลตรวจไขมันในเลือด และความเสี่ยงต่อโรคหัวใจที่ควรรู้
ไขมันในเลือด (Blood Lipids) เป็นสารที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ มีบทบาทในการสร้างผนังเซลล์ ฮอร์โมน วิตามินบางชนิด และเป็นแหล่งพลังงานสำรอง แต่หากมีระดับสูงเกินไป โดยเฉพาะไขมันที่สะสมในผนังหลอดเลือด อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะหลอดเลือดแดงแข็งได้
การตรวจ Lipid Profile จึงเป็นการตรวจสำคัญในการประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยทั่วไปประกอบด้วย
- Total Cholesterol — คอเลสเตอรอลรวม
- LDL Cholesterol — ไขมันชนิดไม่ดี
- HDL Cholesterol — ไขมันชนิดดี
- Triglyceride — ไตรกลีเซอไรด์
1. Total Cholesterol
Total Cholesterol คือปริมาณคอเลสเตอรอลทั้งหมดในกระแสเลือด โดยเกณฑ์ที่หน้าเว็บใช้คือ
- ระดับ ค่า
- ปกติ < 200 mg/dL
- ค่อนข้างสูง 200–239 mg/dL
- สูง ≥ 240 mg/dL
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจไม่ได้ดู Total Cholesterol เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดู ิ และปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย
2. LDL Cholesterol
LDL (Low-Density Lipoprotein) มักเรียกว่า “ไขมันไม่ดี” เพราะเมื่อมีระดับสูงเป็นเวลานาน ไขมันสามารถสะสมในผนังหลอดเลือดจนเกิด Atherosclerotic Plaque ทำให้หลอดเลือดตีบและอุดตันได้ LDL จึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง
เกณฑ์ที่แสดงในหน้าเว็บ ได้แก่
ระดับ LDL ค่า
- เหมาะสม < 100 mg/dL
- ค่อนข้างสูง 130–159 mg/dL
- สูง 160–189 mg/dL
- สูงมาก ≥ 190 mg/dL
เป้าหมาย LDL จะแตกต่างกันตามความเสี่ยงของแต่ละคน เช่น
กลุ่ม เป้าหมาย LDL
- ความเสี่ยงต่ำ < 100 mg/dL
- เบาหวาน < 70 mg/dL
- โรคหัวใจและหลอดเลือด < 55 mg/dL
3. HDL Cholesterol
HDL (High-Density Lipoprotein) หรือ “ไขมันดี” มีส่วนช่วยนำคอเลสเตอรอลส่วนเกินจากหลอดเลือดกลับไปกำจัดที่ตับ
เกณฑ์ที่หน้าเว็บใช้คือ
- ผู้ชาย: HDL ต่ำเมื่อ < 40 mg/dL
- ผู้หญิง: HDL ต่ำเมื่อ < 50 mg/dL
- ระดับที่ถือว่าดี: ≥ 60 mg/dL
HDL ต่ำมักพบร่วมกับภาวะต่าง ๆ เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ภาวะดื้อต่ออินซูลิน การสูบบุหรี่ และการไม่ออกกำลังกาย
4. Triglyceride
Triglyceride เป็นไขมันที่ร่างกายใช้เก็บพลังงานส่วนเกิน โดยการบริโภคอาหารหวาน แป้ง หรือแอลกอฮอล์มากเกินไปสามารถสัมพันธ์กับระดับ Triglyceride ที่สูงขึ้นได้
- ระดับ ค่า
- ปกติ < 150 mg/dL
- ค่อนข้างสูง 150–199 mg/dL
- สูง 200–499 mg/dL
- สูงมาก ≥ 500 mg/dL
เมื่อ Triglyceride สูงมากตั้งแต่ประมาณ 500 mg/dL ขึ้นไป ความเสี่ยงต่อภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันจะเพิ่มขึ้น
5. Non-HDL Cholesterol
Non-HDL Cholesterol = Total Cholesterol − HDL Cholesterol
ค่านี้สะท้อนไขมันกลุ่มที่สามารถมีส่วนต่อการเกิดหลอดเลือดแดงแข็ง เช่น
- LDL
- VLDL
- Remnant Cholesterol
ในผู้ป่วยเบาหวาน โรคอ้วน หรือ Triglyceride สูง ค่า Non-HDL อาจช่วยสะท้อนความเสี่ยงเพิ่มเติมจากการดู LDL เพียงอย่างเดียว
ไขมันผิดปกติสัมพันธ์กับโรคอะไรบ้าง?
LDL สูง มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของ
- โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
- กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
- โรคหลอดเลือดสมอง
- โรคหลอดเลือดส่วนปลาย
HDL ต่ำ มักสัมพันธ์กับโรคหัวใจ โรคอ้วน เบาหวาน และภาวะเมตาบอลิกซินโดรม ส่วนิ พบได้บ่อยร่วมกับเบาหวาน โรคอ้วน ไขมันพอกตับ การดื่มแอลกอฮอล์ และภาวะดื้อต่ออินซูลิน
หากพบ LDL สูง + HDL ต่ำ + Triglyceride สูง ร่วมกัน เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวานและ Metabolic Syndrome และสะท้อนความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่สูงขึ้น
ใครบ้างควรตรวจไขมันในเลือด?
กลุ่มที่ควรให้ความสำคัญกับการตรวจ ได้แก่
- ผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่มีโรคอ้วน
- ผู้ป่วยเบาหวาน
- ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
- ผู้สูบบุหรี่
- ผู้ที่มีประวัติโรคหัวใจในครอบครัว
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
- ผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับ
ความถี่ในการตรวจอาจอยู่ที่ประมาณ ทุก 1–5 ปี ขึ้นกับระดับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล
วิธีดูแลระดับไขมันในเลือด
แนวทางพื้นฐาน ได้แก่
- ลดอาหารทอดและไขมันอิ่มตัว
- ลดอาหารแปรรูป
- ลดเครื่องดื่มหวาน
- เพิ่มผัก ผลไม้ และธัญพืช
- ออกกำลังกายอย่างน้อยประมาณ 150 นาทีต่อสัปดาห์
- ควบคุมน้ำหนัก
- งดสูบบุหรี่
- ควบคุมเบาหวานและความดันโลหิต
ผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องใช้ยาลดไขมันตามการประเมินและคำแนะนำของแพทย์
สรุป
การแปลผลไขมันในเลือดไม่ควรดูตัวเลขเพียงค่าเดียว แต่ควรประเมินร่วมกันทั้ง
LDL + HDL + Triglyceride + ปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล
โดยเฉพาะ LDL Cholestrol มีบทบาทสำคัญในการเกิดหลอดเลือดแดงแข็ง การตรวจสุขภาพและควบคุมไขมันให้อยู่ในเป้าหมายที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาวได้