Menu

SPF และ PA ต่างกันอย่างไร? เลือกกันแดดให้ถูก ปกป้องผิวได้จริง

August 19, 2026

SPF และ PA ต่างกันอย่างไร? เลือกกันแดดให้ถูก ปกป้องผิวได้จริง

รังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet radiation: UV) จากแสงแดด เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อผิวหนังทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะ

  • รังสี UVB ทำให้เกิดผิวไหม้แดด (sunburn) และ เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนัง
  • รังสี UVA แทรกซึมลึกถึงชั้นหนังแท้ ทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน ส่งผลให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย ฝ้า กระ และความเสื่อมของผิว (photoaging)

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดอย่างเหมาะสม จึงเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของเวชศาสตร์ป้องกัน (preventive dermatology)

ค่า SPF (Sun Protection Factor) คืออะไร

ค่า SPF เป็นตัวชี้วัดความสามารถของผลิตภัณฑ์กันแดดในการป้องกันรังสี UVB ความหมายในทางคลินิก คือ “ระยะเวลาที่ผิวสามารถทนแดดโดยไม่ไหม้ได้ เมื่อเทียบกับการไม่ใช้กันแดด”

การตีความค่า SPF โดยประมาณ

  • SPF 15 ป้องกันรังสี UVB ได้ประมาณ 93%
  • SPF 30 ป้องกันได้ประมาณ 97%
  • SPF 50 ป้องกันได้ประมาณ 98%

แม้ค่า SPF ที่สูงขึ้นจะเพิ่มการป้องกัน แต่ความแตกต่างเชิงร้อยละไม่มาก อย่างไรก็ตาม ในประเทศเขตร้อน เช่น ประเทศไทย แนะนำให้ใช้ SPF 30–50+ เป็นอย่างน้อย

ค่า PA (Protection Grade of UVA) คืออะไร

ค่า PA เป็นระบบที่ใช้วัดความสามารถในการป้องกันรังสี UVA รังสี UVA มีคุณสมบัติสำคัญคือ

  • สามารถทะลุผ่านเมฆและกระจก
  • ลงลึกถึงชั้นหนังแท้ (dermis)
  • ทำให้เกิดการเสื่อมของโครงสร้างผิว

ระดับของค่า PA

PA+ : ป้องกันระดับต่ำ

PA++ : ป้องกันระดับปานกลาง

PA+++ : ป้องกันระดับสูง

PA++++ : ป้องกันระดับสูงมาก

ในชีวิตประจำวัน แนะนำให้เลือกอย่างน้อย PA+++ ขึ้นไป

ความแตกต่างระหว่าง SPF และ PA

แม้ทั้งสองค่าใช้ประเมินประสิทธิภาพของกันแดด แต่มีบทบาทแตกต่างกันอย่างชัดเจน

  • SPF เน้นป้องกันรังสี UVB ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวไหม้แดดและมะเร็งผิวหนัง
  • PA เน้นป้องกันรังสี UVA ซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอยและความเสื่อมของผิว

ดังนั้น ผลิตภัณฑ์กันแดดที่เหมาะสมควรเป็นแบบ Broad-spectrum หรือสามารถป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB

แนวทางการเลือกกันแดดให้เหมาะกับการใช้งาน

1. เลือกค่า SPF และ PA ให้เหมาะกับกิจกรรม

  • ใช้ในชีวิตประจำวัน: SPF 30+ และ PA+++
  • ทำกิจกรรมกลางแจ้ง: SPF 50+ และ PA++++

2. เลือกตามสภาพผิว

  • ผิวมันหรือเป็นสิวง่าย: เลือกสูตร non-comedogenic
  • ผิวแห้ง: เลือกสูตรที่มีสารให้ความชุ่มชื้น

3. พิจารณาคุณสมบัติกันน้ำ (Water resistance)

  • เหมาะสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายหรือมีเหงื่อออกมาก

วิธีใช้กันแดดให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

การใช้กันแดดอย่างถูกต้องมีความสำคัญไม่แพ้การเลือกผลิตภัณฑ์

  • ใช้ในปริมาณเพียงพอ โดยใบหน้าแนะนำประมาณ “2 ข้อนิ้ว”
  • ทาก่อนออกแดด 15–20 นาที
  • ทาซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมง โดยเฉพาะเมื่อมีเหงื่อออกหรือหลังล้างหน้า
  • ใช้ร่วมกับการป้องกันอื่น เช่น สวมหมวก หรือหลีกเลี่ยงแดดช่วง 10.00–16.00 น.

ค่า SPF และ PA เป็นตัวชี้วัดสำคัญในการเลือกผลิตภัณฑ์กันแดด

โดยมีบทบาทแตกต่างกัน คือ

  • SPF ป้องกันรังสี UVB ที่ทำให้เกิดผิวไหม้และมะเร็งผิวหนัง
  • PA ป้องกันรังสี UVA ที่ทำให้เกิดริ้วรอยและความเสื่อมของผิว

การเลือกใช้กันแดดที่มีค่า SPF 30–50+ และ PA+++ หรือ PA++++ ร่วมกับการใช้อย่างถูกวิธี จะช่วยลดความเสี่ยงของความเสียหายต่อผิวหนัง และเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลสุขภาพผิวในระยะยาว

Chularat cholvaej Hospital

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

Chularat cholvaej Hospital

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

Call us at

038-284354

Available 24/7

If you have any questions or wish to contact staff

Hospital Address

65/28 ถ.จันทอุดม ต.ท่าประดุ่
อ.เมือง จ.ระยอง 21000