メニュー

GERD หรือโรคกรดไหลย้อน คืออะไร? อาการ สาเหตุ และแนวทางรักษาตามวารสารทางการแพทย์

19 ส.ค. 2569

GERD หรือโรคกรดไหลย้อน คืออะไร? อาการ สาเหตุ และแนวทางรักษาตามวารสารทางการแพทย์

อาการแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว จุกคอ หรือไอเรื้อรังหลังอาหาร เป็นปัญหาที่หลายคนเคยพบ และมักคิดว่าเป็นเพียง “โรคกระเพาะ” หรืออาการชั่วคราวจากอาหารไม่ย่อย แต่ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ “GERD” หรือ " โรคกรดไหลย้อน" ซึ่งเป็นโรคทางเดินอาหารที่พบได้บ่อยทั่วโลก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หากปล่อยเรื้อรังโดยไม่ได้รับการดูแล อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนของหลอดอาหารได้

GERD คืออะไร

GERD ย่อมาจาก Gastroesophageal Reflux Disease หรือโรคกรดไหลย้อน เป็นภาวะที่กรดหรือสารจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปที่หลอดอาหาร ทำให้เยื่อบุหลอดอาหารเกิดการระคายเคืองและอักเสบ โดยปกติร่างกายจะมี “หูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง” ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้อาหารและกรดไหลย้อนขึ้นมา แต่เมื่อกลไกนี้ทำงานผิดปกติ จึงเกิดกรดไหลย้อนตามมา

GERD ต่างจากโรคกระเพาะอย่างไร

  • แสบร้อนกลางอก มักเป็นหลังอาหาร หรือขณะนอนราบ
  • เรอเปรี้ยว รู้สึกมีรสเปรี้ยวหรือขมย้อนขึ้นมาที่คอหรือปาก
  • แน่นหน้าอก บางครั้งอาจคล้ายอาการโรคหัวใจ
  • จุกคอหรือมีก้อนในคอ รู้สึกระคายคอหรือกลืนไม่สบาย
  • ไอเรื้อรัง โดยเฉพาะช่วงกลางคืนหรือหลังนอน
  • เสียงแหบเรื้อรัง เกิดจากกรดระคายกล่องเสียง

อาการของ GERD อาการที่พบบ่อย ได้แก่

หลายคนมักสับสนระหว่างโรคกรดไหลย้อนกับโรคกระเพาะอาหาร

โรคกรดไหลย้อน อาการเด่นคือ

  • แสบร้อนกลางอก
  • เรอเปรี้ยว
  • อาการสัมพันธ์กับท่านอนหรือหลังอาหาร

โรคกระเพาะอาหาร มักมีอาการ

  • ปวดท้องลิ้นปี่
  • แน่นท้อง
  • จุกเสียด
  • ปวดสัมพันธ์กับมื้ออาหาร

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายอาจมีทั้งสองโรคร่วมกัน

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของ GERD

1. โรคอ้วน โดยเฉพาะไขมันหน้าท้อง จะเพิ่มแรงดันในช่องท้อง ทำให้กรดไหลย้อนง่ายขึ้น

2. รับประทานอาหารมื้อดึก การนอนทันทีหลังอาหารทำให้กรดไหลย้อนขึ้นง่าย

3. อาหารบางชนิด เช่น

  • อาหารไขมันสูง
  • อาหารทอด
  • ช็อกโกแลต
  • คาเฟอีน
  • แอลกอฮอล์
  • อาหารรสจัด

4. สูบบุหรี่ มีผลต่อการทำงานของหูรูดหลอดอาหาร

5. ความเครียดและการนอนหลับไม่ดี งานวิจัยพบว่าความเครียดสามารถทำให้อาการ GERD รุนแรงขึ้นได้

อาการอันตรายที่ควรพบแพทย์ทันที

แม้ GERD ส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่หากมีอาการต่อไปนี้ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม

  • กลืนติด
  • กลืนเจ็บ
  • น้ำหนักลดผิดปกติ
  • อาเจียนเป็นเลือด
  • ถ่ายดำ
  • ซีด
  • เจ็บหน้าอกผิดปกติ

อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกโรคที่รุนแรงกว่ากรดไหลย้อนทั่วไป

การวินิจฉัย GERD

ในผู้ป่วยที่มีอาการชัดเจน แพทย์อาจเริ่มจากการซักประวัติและทดลองรักษา แต่ในบางกรณี อาจต้องตรวจเพิ่มเติม เช่น การส่องกล้องทางเดินอาหาร (Gastroscopy) เพื่อดู

  • หลอดอาหารอักเสบ
  • แผล
  • ภาวะแทรกซ้อน
  • Barrett’s esophagus

แนวทางรักษา GERD

1. ปรับพฤติกรรม ถือเป็นหัวใจสำคัญของการรักษา แนวทางทางการแพทย์แนะนำ

  • ลดน้ำหนักหากน้ำหนักเกิน
  • หลีกเลี่ยงอาหารมื้อดึก
  • ไม่นอนหลังอาหารทันที
  • ยกหัวเตียงเวลานอน
  • ลดอาหารไขมันสูง
  • ลดแอลกอฮอล์และคาเฟอีน
  • งดสูบบุหรี่

2. ยาลดกรด ยาหลักคือกลุ่ม Proton Pump Inhibitors (PPI) เช่น

  • Omeprazole
  • Esomeprazole
  • Pantoprazole

ยากลุ่มนี้ช่วยลดการสร้างกรดและลดการอักเสบของหลอดอาหาร

3. การรักษาด้วยการส่องกล้องหรือผ่าตัด ใช้ในบางกรณี เช่น

  • อาการรุนแรง
  • ไม่ตอบสนองต่อยา
  • มีภาวะแทรกซ้อน
  • ต้องใช้ยาระยะยาว

GERD หรือโรคกรดไหลย้อน

เป็นโรคที่พบได้บ่อยและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน อาการสำคัญ ได้แก่ แสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว จุกคอ และไอเรื้อรัง โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญ เช่น โรคอ้วน การรับประทานอาหารมื้อดึก ความเครียด และการนอนหลังอาหารทันที

แม้ส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่หากมีอาการเรื้อรังหรือมีสัญญาณอันตราย ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม เพราะการรักษาตั้งแต่ระยะต้นจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

お電話ください

038-860-890

24時間対応

ご質問がある場合やスタッフに連絡したい場合

病院の住所

65/28 ถ.จันทอุดม ต.ท่าประดุ่
อ.เมือง จ.ระยอง 21000