เหล็กในอาหารแตกต่างจากเหล็กที่ใช้ก่อสร้างอย่างไร? ไขข้อสงสัยที่หลายคนเข้าใจผิด
เหล็กในอาหารแตกต่างจากเหล็กที่ใช้ก่อสร้างอย่างไร?
ไขข้อสงสัยที่หลายคนเข้าใจผิด
เมื่อแพทย์บอกว่ามี "ภาวะขาดธาตุเหล็ก" หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า ธาตุเหล็กในร่างกายคือเหล็กชนิดเดียวกับที่ใช้สร้างบ้าน สร้างสะพาน หรือทำเหล็กเส้นหรือไม่? บางคนถึงกับตั้งคำถามว่า หากร่างกายขาดธาตุเหล็ก สามารถรับประทานเศษเหล็ก ตะปู หรือใช้กระทะเหล็กแทนได้หรือไม่
แม้คำว่า "เหล็ก" จะเป็นธาตุชนิดเดียวกันในทางเคมี แต่ เหล็กที่อยู่ในอาหาร เหล็กในยาเสริมธาตุเหล็ก และเหล็กที่ใช้ในงานก่อสร้าง มีรูปแบบทางเคมีและคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างมาก ร่างกายจึงไม่สามารถนำเหล็กที่ใช้ก่อสร้างมาใช้สร้างเม็ดเลือดแดงได้
ธาตุเหล็กคืออะไร?
ธาตุเหล็ก (Iron) เป็นธาตุเคมีที่มีสัญลักษณ์ Fe มาจากคำว่า Ferrum ในภาษาละติน และมีเลขอะตอม 26
ในร่างกายมนุษย์ ธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุจำเป็นที่มีหน้าที่สำคัญ ได้แก่
- สร้างฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) ในเม็ดเลือดแดง
- ช่วยลำเลียงออกซิเจนจากปอดไปยังอวัยวะต่าง ๆ
- เป็นส่วนประกอบของไมโอโกลบิน (Myoglobin) ในกล้ามเนื้อ
- ช่วยการทำงานของเอนไซม์หลายชนิด
- มีบทบาทต่อการสร้างพลังงาน การทำงานของสมอง และระบบภูมิคุ้มกัน
ผู้ใหญ่มีธาตุเหล็กสะสมในร่างกายประมาณ 3–4 กรัม โดยประมาณ 65–70% อยู่ในฮีโมโกลบิน
เหล็กในอาหารคืออะไร?
เหล็กที่อยู่ในอาหารไม่ได้อยู่ในรูปของก้อนโลหะ แต่เป็น ไอออนของธาตุเหล็ก (Iron ion) ที่จับอยู่กับสารชีวโมเลกุลต่าง ๆ แบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่
1. Heme Iron พบในอาหารจากสัตว์ เช่น
- เนื้อวัว
- เนื้อหมู
- ตับ
- ปลา
- อาหารทะเล
เหล็กชนิดนี้เป็นส่วนประกอบของฮีโมโกลบินและไมโอโกลบิน จึงดูดซึมได้ดี โดยร่างกายดูดซึมได้ประมาณ 15–35%
2. Non-heme Iron พบในอาหารจากพืช เช่น
- ผักใบเขียว
- ถั่ว
- ธัญพืช
- เต้าหู้
- งา
ร่างกายดูดซึมได้น้อยกว่า คือประมาณ 2–20% และการดูดซึมขึ้นอยู่กับชนิดของอาหารที่รับประทานร่วมกัน
แล้วเหล็กที่ใช้ก่อสร้างคืออะไร?
เหล็กที่ใช้ทำโครงสร้างอาคาร เป็น โลหะเหล็ก (Metallic Iron; Fe⁰)
เหล็กชนิดนี้อยู่ในรูปของโลหะแข็ง มีความแข็งแรงสูง และมักผสมกับคาร์บอนหรือโลหะอื่นเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและทนต่อการกัดกร่อน เช่น เหล็กกล้า (Steel) หรือสเตนเลส (Stainless Steel)
ร่างกายของมนุษย์ ไม่สามารถดูดซึมเหล็กโลหะในรูปนี้ได้
ทำไมร่างกายจึงใช้เหล็กก่อสร้างไม่ได้?
การดูดซึมธาตุเหล็กเกิดขึ้นที่ลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenum) เซลล์ของลำไส้สามารถดูดซึมได้เฉพาะธาตุเหล็กที่อยู่ในรูป
- Fe²⁺ (Ferrous iron)
- Fe³⁺ (Ferric iron)
ซึ่งละลายในของเหลวและสามารถผ่านตัวขนส่ง (Transporter) บนผิวเซลล์ได้
ในทางตรงกันข้าม เหล็กก่อสร้างเป็นโลหะก้อนใหญ่ที่ไม่ละลาย ไม่สามารถผ่านผนังลำไส้ และไม่สามารถเปลี่ยนเป็นธาตุเหล็กที่ร่างกายนำไปใช้ได้
ดังนั้น การรับประทานเศษเหล็ก ตะปู หรือโลหะจึง ไม่ช่วยรักษาภาวะขาดธาตุเหล็ก และอาจก่อให้เกิดอันตราย
ยาเสริมธาตุเหล็กแตกต่างจากเหล็กก่อสร้างอย่างไร?
ยาเสริมธาตุเหล็กไม่ได้เป็นผงเหล็กจากโรงงาน แต่เป็น สารประกอบของธาตุเหล็ก (Iron salts) ที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ เช่น
- Ferrous sulfate
- Ferrous fumarate
ตัวอย่างเช่น
- Ferrous sulfate 325 มิลลิกรัม
ไม่ได้หมายความว่ามีธาตุเหล็ก 325 มิลลิกรัม แต่ให้ ธาตุเหล็กแท้ (Elemental Iron) ประมาณ 65 มิลลิกรัม ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กจากยาเหล่านี้เข้าสู่กระแสเลือด และนำไปสร้างฮีโมโกลบินได้
ยาเสริมธาตุเหล็กแตกต่างจากเหล็กก่อสร้างอย่างไร?
แหล่งอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ได้แก่
อาหารจากสัตว์
- ตับ
- เนื้อวัว
- เนื้อหมู
- ปลา
- หอยนางรม
- หอยแมลงภู่
อาหารจากพืช
- ถั่วแดง
- ถั่วดำ
- ถั่วเหลือง
- งาดำ
- ผักโขม
- คะน้า
- บรอกโคลี
แม้เหล็กในอาหารและเหล็กที่ใช้ก่อสร้างจะเป็นธาตุชนิดเดียวกัน คือ ธาตุเหล็ก (Fe) แต่มีรูปแบบทางเคมีและคุณสมบัติแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ร่างกายสามารถดูดซึมได้เฉพาะธาตุเหล็กที่อยู่ในรูปของสารประกอบที่ละลายน้ำและอยู่ในรูปไอออน เช่น เหล็กจากอาหารและยาเสริมธาตุเหล็ก ส่วนเหล็กที่ใช้ในงานก่อสร้างเป็นโลหะที่ร่างกายไม่สามารถนำมาใช้ได้ การรักษาภาวะขาดธาตุเหล็กจึงควรอาศัยการรับประทานอาหารที่เหมาะสม การใช้ยาเสริมธาตุเหล็กตามคำแนะนำของแพทย์ และการค้นหาสาเหตุของการขาดธาตุเหล็กอย่างถูกต้อง
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
ご質問がある場合やスタッフに連絡したい場合
病院の住所
65/28 ถ.จันทอุดม ต.ท่าประดุ่
อ.เมือง จ.ระยอง 21000