メニュー

แนวทางคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่

19 ส.ค. 2569

แนวทางคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง เป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดของคนไทย และมีแนวโน้มพบในคนอายุน้อยเพิ่มมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ข่าวดีคือ มะเร็งชนิดนี้เป็นมะเร็งที่ “ป้องกันได้” และ “รักษาหายได้สูง” หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แนวทางทางการแพทย์ทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับ “การคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่” แม้ยังไม่มีอาการ

ทำไมต้องคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งลำไส้ใหญ่มักเริ่มต้นจาก “ติ่งเนื้อ” หรือ Polyp ภายในลำไส้ ซึ่งใช้เวลาหลายปีกว่าจะกลายเป็นมะเร็ง หากตรวจพบตั้งแต่ระยะติ่งเนื้อ แพทย์สามารถตัดออกได้ทันที ทำให้ป้องกันการเกิดมะเร็งได้จริง หลายการศึกษาพบว่า การคัดกรองอย่างเหมาะสมช่วยลด

  • อัตราการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่
  • อัตราการเสียชีวิต
  • ค่าใช้จ่ายในการรักษาระยะลุกลาม

ควรเริ่มคัดกรองอายุเท่าไหร่

แนวทางล่าสุดของ US Preventive Services Task Force (USPSTF), American Cancer Society และหลายสมาคมทางเดินอาหาร แนะนำว่า

1. ผู้ที่มีความเสี่ยงทั่วไป (Average Risk)

ควรเริ่มคัดกรองตั้งแต่อายุ 45 ปี และตรวจต่อเนื่องจนถึงอายุประมาณ 75 ปี หากสุขภาพโดยรวมแข็งแรง

ใครบ้างที่ถือว่า “ความเสี่ยงทั่วไป”

  • ไม่มีอาการผิดปกติ
  • ไม่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
  • ไม่เคยมีติ่งเนื้อในลำไส้
  • ไม่มีโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง

2. ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง

ผู้ที่มีปัจจัยต่อไปนี้ อาจต้องเริ่มตรวจก่อนอายุ 45 ปี และมักแนะนำให้ส่องกล้องลำไส้ใหญ่โดยตรง

  • มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
  • เคยมีติ่งเนื้อในลำไส้
  • เคยเป็นมะเร็งลำไส้
  • โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง เช่น Ulcerative colitis หรือ Crohn’s disease

กลุ่มโรคพันธุกรรม เช่น Lynch syndrome หรือ Familial adenomatous polyposis (FAP)

วิธีคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่มีอะไรบ้าง

ปัจจุบันมีหลายวิธี โดยแต่ละวิธีมีข้อดีแตกต่างกัน

1. FIT Test (Fecal Immunochemical Test) เป็นการตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ

ข้อดี

  • ไม่ต้องส่องกล้อง
  • ไม่เจ็บ
  • ราคาไม่สูง
  • เก็บตัวอย่างที่บ้านได้

ข้อจำกัด

  • ต้องตรวจทุกปี
  • หากผลผิดปกติ ต้องส่องกล้องต่อ

แนวทางส่วนใหญ่แนะนำให้ตรวจปีละครั้ง

2. Stool DNA Test หรือ COLOTECT

เป็นการตรวจสารพันธุกรรมของเซลล์ผิดปกติจากอุจจาระสามารถตรวจการเปลี่ยนแปลงของ DNA ที่สัมพันธ์กับมะเร็งลำไส้ได้

จุดเด่น

  • sensitivity สูงกว่า FIT ในหลายการศึกษา
  • ตรวจพบมะเร็งระยะต้นได้ดี
  • ไม่ต้องส่องกล้อง

ข้อจำกัด

  • ค่าใช้จ่ายสูงกว่า FIT
  • หากผลผิดปกติ ต้องส่องกล้องยืนยัน
  • แนวทางปัจจุบันแนะนำตรวจทุก 1–3 ปี

3. Colonoscopy (ส่องกล้องลำไส้ใหญ่) ถือเป็นมาตรฐานสูงสุดในการคัดกรอง แพทย์สามารถ

  • มองเห็นรอยโรคโดยตรง
  • ตัดชิ้นเนื้อ
  • ตัดติ่งเนื้อก่อนกลายเป็นมะเร็งได้ทันที

ข้อดี

  • แม่นยำสูงที่สุด
  • ป้องกันมะเร็งได้จริง

ข้อจำกัด

  • ต้องเตรียมลำไส้
  • ต้องงดอาหารบางชนิด
  • อาจต้องได้รับยานอนหลับหรือยาระงับความรู้สึก หากผลปกติ มักตรวจซ้ำทุก 10 ปี

วิธีไหนดีที่สุด

ในทางการแพทย์ ไม่มีวิธีใด “ดีที่สุดสำหรับทุกคน” แต่มีหลักสำคัญคือ “วิธีที่ผู้ป่วยยอมเข้ารับการตรวจจริง คือวิธีที่ดีที่สุด”

  • บางคนเหมาะกับ FIT เพราะสะดวก
  • บางคนต้องการความแม่นยำสูง จึงเลือก Colonoscopy
  • บางคนไม่ต้องการส่องกล้อง จึงเลือก Stool DNA Test

อาการที่ไม่ควรรอคัดกรอง

หากมีอาการต่อไปนี้ ควรพบแพทย์ทันที ไม่ควรรอการตรวจคัดกรองตามรอบปกติ

  • ถ่ายเป็นเลือด
  • อุจจาระดำ
  • น้ำหนักลดผิดปกติ
  • ซีด โลหิตจาง
  • ปวดท้องเรื้อรัง
  • ถ่ายผิดปกติต่อเนื่อง
  • อุจจาระลักษณะเปลี่ยนไป

แนวทางการแพทย์ปัจจุบัน

แนะนำให้ประชาชนทั่วไปเริ่มคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ตั้งแต่อายุ 45 ปี แม้ยังไม่มีอาการ ทางเลือกในการตรวจมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ FIT, Stool DNA Test ไปจนถึง Colonoscopy ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีแตกต่างกัน สิ่งสำคัญที่สุด คือการเริ่มตรวจตั้งแต่ยังไม่มีอาการ เพราะมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่สามารถป้องกันและรักษาได้ หากตรวจพบเร็ว

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

お電話ください

038-860-890

24時間対応

ご質問がある場合やスタッフに連絡したい場合

病院の住所

65/28 ถ.จันทอุดม ต.ท่าประดุ่
อ.เมือง จ.ระยอง 21000