メニュー
โปรโมชั่นและแพ็คเกจ

ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) : แนวทางการรักษาในปัจจุบัน

20 ส.ค. 2569

ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจที่อาจทำให้เกิดอาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนได้ โดยเฉพาะใน ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เป้าหมายของการรักษาคือช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดภาวะแทรกซ้อน และลดการแพร่กระจายของเชื้อ.

1. การรักษาตามอาการ Supportive Care

ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงส่วนใหญ่สามารถพักรักษาตัวที่บ้านได้ โดยควร

  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ดื่มน้ำมากพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • ใช้ยาลดไข้ เช่น Paracetamol
  • หลีกเลี่ยง Aspirin ในเด็กและวัยรุ่น
  • แยกตัวจากผู้อื่นเพื่อลดการแพร่เชื้อ

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักดีขึ้นภายในประมาณ 5–7 วัน แต่อาการไอหรืออ่อนเพลียอาจคงอยู่นานหลายสัปดาห์.

2. การใช้ยาต้านไวรัส Antiviral Therapy

ยาต้านไวรัสมีประสิทธิภาพดีที่สุดเมื่อเริ่มใช้ ภายใน 48 ชั่วโมงแรกหลังเริ่มมีอาการ โดยยาที่กล่าวถึงมีหลายชนิด.

Oseltamivir (Tamiflu®)

  • เป็นยาที่ใช้แพร่หลายในประเทศไทย มีส่วนช่วย
  • ลดระยะเวลาป่วยประมาณ 1–2 วัน
  • ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ
  • สามารถใช้ได้ในเด็ก ผู้ใหญ่ และหญิงตั้งครรภ์ตามการประเมินของแพทย์

แนวทางที่ระบุคือโดยทั่วไป รับประทานวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน.

Zanamivir

เป็น ยาสูดเข้าทางเดินหายใจ ใช้ในผู้ป่วยบางราย แต่ควรหลีกเลี่ยงหรือใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ที่มี โรคหอบหืดหรือ COPD ที่ควบคุมอาการได้ไม่ดี.

Peramivir เป็น ยาต้านไวรัสชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำ อาจใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือไม่สามารถรับประทานยาได้.

Baloxavir Marboxil เป็นยาต้านไวรัสอีกชนิดหนึ่ง จุดเด่นคือ

  • รับประทานเพียงครั้งเดียว
  • ช่วยลดปริมาณไวรัสในร่างกายได้รวดเร็ว
  • มีประสิทธิภาพใกล้เคียง Oseltamivir ในผู้ป่วยทั่วไปตามข้อมูลที่กล่าวถึง.

ใครบ้างควรได้รับการพิจารณายาต้านไวรัส?

กลุ่มที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่

  • ผู้ป่วยที่ต้องนอนโรงพยาบาล
  • ผู้ที่มีอาการรุนแรง
  • ผู้สูงอายุ ≥ 65 ปี
  • เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
  • หญิงตั้งครรภ์
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจ
  • ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง
  • ผู้ป่วยเบาหวาน
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
  • ผู้ป่วยมะเร็งหรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

แม้มาพบแพทย์ หลัง 48 ชั่วโมง แพทย์ยังอาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัสได้ หากเป็นผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงหรือมีอาการรุนแรง.

ยาปฏิชีวนะใช้รักษาไข้หวัดใหญ่ได้หรือไม่?

ไม่ได้ หากเป็นการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่เพียงอย่างเดียว

ยาปฏิชีวนะออกฤทธิ์ต่อเชื้อแบคทีเรีย ไม่สามารถรักษาไวรัส Influenza ได้ แพทย์จะพิจารณาใช้เมื่อสงสัยว่ามี การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน เช่น

  • ปอดอักเสบจากแบคทีเรีย
  • ไซนัสอักเสบ
  • หูชั้นกลางอักเสบ.

เมื่อไรอาจต้องรักษาในโรงพยาบาล?

ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนอาจจำเป็นต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล และอาจได้รับการดูแล เช่น

  • ให้ออกซิเจน
  • ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ
  • ให้ยาต้านไวรัสตามความเหมาะสม
  • รักษาภาวะปอดอักเสบ
  • ใช้เครื่องช่วยหายใจ หากเกิดภาวะหายใจล้มเหลว.

การป้องกันยังสำคัญที่สุด

แม้ยาต้านไวรัสจะช่วยลดความรุนแรงของโรคได้ แต่การป้องกันยังมีความสำคัญ ได้แก่

  • ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี
  • ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ
  • สวมหน้ากากเมื่อมีอาการป่วย
  • หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ป่วย

การฉีดวัคซีนช่วยลดความเสี่ยงของการเข้ารักษาในโรงพยาบาลและผลลัพธ์รุนแรงจากไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง.

สรุปจำง่าย

อาการไม่รุนแรง

  • → พักผ่อน + ดื่มน้ำ + ลดไข้ + ลดการแพร่เชื้อ

เริ่มยาต้านไวรัสภายใน 48 ชั่วโมง

  • → โดยทั่วไปให้ประโยชน์สูงที่สุด

กลุ่มเสี่ยงหรืออาการรุนแรง

  • → แม้เกิน 48 ชั่วโมง แพทย์ยังอาจพิจารณายาต้านไวรัส

ไข้หวัดใหญ่เป็นไวรัส

  • → ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ เว้นแต่มีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

และการป้องกันที่สำคัญคือ รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เพื่อลดโอกาสเกิดโรครุนแรงและภาวะแทรกซ้อน.

健康記事

Chularat Rayong Hospital

Chularat Rayong Hospital Chularat Rayong HospitalChularat Rayong HospitalChularat Rayong Hospital Chularat Rayong HospitalChularat Rayong Hospital

Chularat Rayong Hospital

Chularat Rayong Hospital Chularat Rayong HospitalChularat Rayong HospitalChularat Rayong Hospital Chularat Rayong HospitalChularat Rayong Hospital

お電話ください

038-860-890

24時間対応

ご質問がある場合やスタッフに連絡したい場合

病院の住所

65/28 ถ.จันทอุดม ต.ท่าประดุ่
อ.เมือง จ.ระยอง 21000