เมนู

ตรวจภูมิแพ้อาหารจากการเจาะเลือด (Food Allergen-Specific IgE Testing): เข้าใจหลักการ แปลผลให้ถูกต้อง

19 ส.ค. 2569

ตรวจภูมิแพ้อาหารจากการเจาะเลือดFood Allergen-Specific IgE Testing เข้าใจหลักการ แปลผลให้ถูกต้อง

โรคภูมิแพ้อาหาร (Food Allergy) เป็นภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อโปรตีนในอาหารบางชนิดอย่างผิดปกติ ส่งผลให้เกิดอาการตั้งแต่ระดับเล็กน้อย เช่น ผื่นคัน ลมพิษ ไปจนถึงอาการรุนแรง เช่น ภาวะแพ้รุนแรงเฉียบพลัน (anaphylaxis)

การวินิจฉัยที่ถูกต้องมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและหลีกเลี่ยงการงดอาหารโดยไม่จำเป็น หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ “การตรวจเลือดเพื่อหาแอนติบอดีชนิด IgE ที่จำเพาะต่ออาหาร”

หลักการทางภูมิคุ้มกันวิทยา

แอนติบอดีชนิด Immunoglobulin E (IgE) มีบทบาทสำคัญในปฏิกิริยาภูมิแพ้แบบทันที (Type I hypersensitivity) เมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้ (allergen) จะมีการสร้าง IgE จำเพาะต่อสารนั้น โดย IgE จะไปจับกับผิวของเซลล์ mast cell และ basophil

เมื่อได้รับสารก่อภูมิแพ้ซ้ำ จะกระตุ้นให้เซลล์เหล่านี้หลั่งสารก่ออักเสบ เช่น histamine ส่งผลให้เกิดอาการทางคลินิก เช่น

ผื่นลมพิษ

อาการบวม

หายใจลำบาก

ประเภทของการตรวจภูมิแพ้ทางเลือด

1. การตรวจ Total IgE

เป็นการวัดระดับ IgE รวมในกระแสเลือด ใช้ประเมินแนวโน้มของภาวะภูมิแพ้โดยรวม แต่ไม่สามารถระบุชนิดของสารก่อภูมิแพ้ได้

2. การตรวจ Specific IgE (sIgE)

เป็นการตรวจที่มีความจำเพาะสูง สามารถระบุ IgE ต่ออาหารแต่ละชนิด เช่น

กุ้ง

นม

ไข่

ถั่ว

แป้งสาลี

ผลตรวจมักรายงานเป็นค่าปริมาณ (kUA/L) หรือจัดเป็นระดับ (class 0–6)

การแปลผลทางคลินิก

ผลการตรวจ Specific IgE สามารถแบ่งระดับตั้งแต่ไม่พบ (negative) ไปจนถึงระดับสูง ซึ่งสัมพันธ์กับ “โอกาส” ในการเกิดอาการแพ้

อย่างไรก็ตาม การตรวจพบ IgE ไม่ได้หมายความว่าจะมีอาการแพ้เสมอไป อาจเป็นเพียงภาวะ “sensitization” โดยไม่มีอาการจริง

การแปลผลควรพิจารณาร่วมกับ

ประวัติอาการของผู้ป่วย

ความสัมพันธ์ระหว่างการรับประทานอาหารกับอาการ

การตรวจเพิ่มเติม เช่น skin prick test หรือ oral food challenge

ข้อบ่งชี้ในการตรวจ

การตรวจ IgE จำเพาะต่ออาหารเหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่มีอาการสงสัยแพ้อาหาร เช่น ลมพิษ บวม แน่นหน้าอกหลังรับประทานอาหาร
  • ผู้ที่มีประวัติภาวะแพ้รุนแรง (anaphylaxis)
  • เด็กที่สงสัยแพ้อาหารหลายชนิด

การติดตามแนวโน้มการหายของภูมิแพ้อาหารในบางกรณี

ข้อจำกัดของการตรวจ

แม้การตรวจ Specific IgE จะมีประโยชน์ แต่ยังมีข้อจำกัดที่สำคัญ ได้แก่

  • อาจให้ผลบวกโดยไม่มีอาการจริง
  • ไม่สามารถบอกความรุนแรงของอาการแพ้ได้
  • อาจเกิด cross-reactivity ระหว่างอาหารที่มีโปรตีนคล้ายกัน
  • บางรายอาจมีอาการแพ้แต่ไม่พบค่า IgE สูง

ประเด็นทางคลินิกที่ควรรู้

  • สามารถตรวจพบ IgE ต่ออาหารได้ แม้ไม่เคยรับประทานอาหารนั้นมาก่อน เนื่องจาก cross-reactivity
  • ผู้ที่แพ้อาหารทะเล เช่น กุ้ง อาจมีโอกาสแพ้อาหารในกลุ่มเดียวกัน เช่น ปู หรือ lobster
  • การแพ้ในอาหารแต่ละชนิดแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

แนวทางการใช้ผลตรวจอย่างถูกต้อง

  • การใช้ผลตรวจ IgE ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยมีหลักการสำคัญ ได้แก่
  • ใช้เป็นเครื่องมือ “ช่วยวินิจฉัย” ไม่ใช่ตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว
  • หลีกเลี่ยงการงดอาหารโดยไม่จำเป็น
  • พิจารณาการตรวจเพิ่มเติมในกรณีที่ผลไม่สอดคล้องกับอาการ

การตรวจภูมิแพ้อาหารจากการเจาะเลือดโดยวัด Specific IgE เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการช่วยวินิจฉัย โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่สามารถทำการทดสอบทางผิวหนังได้ อย่างไรก็ตาม การแปลผลต้องอาศัยการประเมินร่วมกับข้อมูลทางคลินิกอย่างรอบด้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการวินิจฉัยที่คลาดเคลื่อนและการจำกัดอาหารโดยไม่จำเป็น

การดูแลผู้ป่วยควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้การวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่น โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่น โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

โทรหาเราได้ที่

038-284354

038-284355

พร้อมบริการทุกวัน 24 ชม.

หากท่านมีข้อคำถาม หรือติดต่อเจ้าหน้าที่

ที่อยู่โรงพยาบาล

104/15 ก ซ.หน้าวัดต้นสน ถ.อัคนิวาต อ.เมือง จ,ชลบุรี 20000