เมนู
โปรโมชั่นและแพ็คเกจ

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Flu Vaccine) เปรียบเทียบวัคซีนแบบฉีด (Injection) และ วัคซีนแบบพ่นจมูก (Nasal Spray) ด้านประสิทธิผลและผลข้างเคียง

การรับวัคซีนเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงจากโรคไข้หวัดใหญ่.

20 ส.ค. 2569

ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่พบได้ทุกปี และอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ หรือการกำเริบของโรคหัวใจและโรคปอดเรื้อรัง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว การรับวัคซีนเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงจากโรคไข้หวัดใหญ่.

วัคซีนไข้หวัดใหญ่มี 2 รูปแบบหลัก

1. วัคซีนชนิดฉีด Inactivated Influenza Vaccine (IIV)

เป็น วัคซีนเชื้อตาย ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ โดยทั่วไปสามารถใช้ได้ตั้งแต่อายุประมาณ 6 เดือนขึ้นไป รวมถึงกลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น

  • หญิงตั้งครรภ์
  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

วัคซีนชนิดฉีดเป็นรูปแบบที่ใช้แพร่หลายและมีข้อมูลด้านความปลอดภัยจำนวนมาก.

2. วัคซีนชนิดพ่นจมูก Live Attenuated Influenza Vaccine (LAIV)

เป็น วัคซีนเชื้อเป็นที่ทำให้อ่อนฤทธิ์ ให้โดยการพ่นเข้าสู่โพรงจมูก มีจุดเด่นคือกระตุ้นภูมิคุ้มกันบริเวณเยื่อบุจมูกและทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นบริเวณแรก ๆ ที่ไวรัสไข้หวัดใหญ่เข้าสู่ร่างกาย.

โดยทั่วไปเหมาะกับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง อายุประมาณ 2–49 ปี และไม่เหมาะกับบางกลุ่ม เช่น หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

ประสิทธิผลต่างกันอย่างไร?

วัคซีนทั้งสองชนิดมีเป้าหมายเหมือนกัน คือกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้สามารถจดจำและตอบสนองต่อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้รวดเร็วขึ้น.

วัคซีนแบบฉีด (IIV)

  • สามารถช่วยลด
  • โอกาสป่วยจากไข้หวัดใหญ่
  • ความรุนแรงของโรค
  • การเข้ารักษาในโรงพยาบาล
  • ความเสี่ยงต่อผลลัพธ์รุนแรงในกลุ่มเสี่ยง

ประสิทธิผลโดยรวมอาจอยู่ประมาณ 40–60% ในฤดูกาลที่สายพันธุ์ในวัคซีนมีความสอดคล้องกับไวรัสที่กำลังระบาด.

วัคซีนแบบพ่นจมูก (LAIV)

มีจุดเด่นในการกระตุ้น ภูมิคุ้มกันเฉพาะที่บริเวณเยื่อบุจมูกและทางเดินหายใจส่วนต้น ในเด็กและวัยรุ่นมีข้อมูลว่าประสิทธิผลอาจใกล้เคียงกับวัคซีนชนิดฉีด และบางฤดูกาลอาจได้ผลดีกว่า ขณะที่ในผู้ใหญ่ประสิทธิผลโดยรวมไม่ได้แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากวัคซีนแบบฉีด.

โดยรวมแล้ว ประสิทธิผลของวัคซีนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สุขภาพของผู้รับวัคซีน และความตรงกันระหว่างสายพันธุ์ในวัคซีนกับไวรัสที่ระบาดในปีนั้น.

ผลข้างเคียง

อาการส่วนใหญ่มักไม่รุนแรงและหายได้เองภายในช่วงสั้น ๆ สำหรับวัคซีนชนิดฉีด อาการโดยทั่วไปมักดีขึ้นภายในประมาณ 1–3 วัน.

วัคซีนทำให้เป็นไข้หวัดใหญ่ได้หรือไม่?

โดยหลักแล้ว วัคซีนทั้งชนิดฉีดและชนิดพ่นจมูกไม่ได้ทำให้เกิดโรคไข้หวัดใหญ่จริง อาการคล้ายไข้หวัดเล็กน้อยที่อาจพบหลังรับวัคซีนสัมพันธ์กับการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน.

ควรเลือกแบบไหนดี?

ผู้สูงอายุ / หญิงตั้งครรภ์ / ผู้มีโรคเรื้อรัง / ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ

  • → โดยทั่วไปเหมาะกับ วัคซีนชนิดฉีด (IIV) มากกว่า.

เด็กโต / วัยรุ่น / วัยทำงานที่สุขภาพแข็งแรง และไม่ต้องการฉีดเข็ม

  • → อาจพิจารณา วัคซีนชนิดพ่นจมูก (LAIV) หากไม่มีข้อห้ามและได้รับการประเมินความเหมาะสม.

สรุปจำง่าย

แบบฉีด (IIV)

  • → ใช้ได้ครอบคลุมกลุ่มอายุมากกว่า
  • → เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และกลุ่มเสี่ยงหลายกลุ่ม

แบบพ่นจมูก (LAIV)

  • → ไม่ต้องใช้เข็ม
  • → เหมาะกับผู้ที่สุขภาพแข็งแรงในช่วงอายุที่กำหนด
  • → ไม่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ

และไม่ว่าจะเลือกชนิดใด ควรรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เนื่องจากไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์และองค์ประกอบวัคซีนมีการปรับให้เหมาะกับแต่ละฤดูกาล

บทความสุขภาพ

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่น โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่น โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

โทรหาเราได้ที่

038-284354

038-284355

พร้อมบริการทุกวัน 24 ชม.

หากท่านมีข้อคำถาม หรือติดต่อเจ้าหน้าที่

ที่อยู่โรงพยาบาล

104/15 ก ซ.หน้าวัดต้นสน ถ.อัคนิวาต อ.เมือง จ,ชลบุรี 20000