メニュー

อัปเดตแนวทางดูแลไขมันในเลือดปี 2026 ทำไมแพทย์ไม่ได้ดูแค่คอเลสเตอรอลรวมอีกต่อไป

19 ส.ค. 2569

อัปเดตแนวทางดูแลไขมันในเลือดปี 2026 ทำไมแพทย์ไม่ได้ดูแค่คอเลสเตอรอลรวมอีกต่อไป

โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของโลก และหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สามารถป้องกันและรักษาได้คือ "ภาวะไขมันในเลือดสูง"

ในอดีตหลายคนมักให้ความสำคัญกับค่า "คอเลสเตอรอลรวม" (Total Cholesterol) เพียงอย่างเดียว แต่แนวทางเวชปฏิบัติสมัยใหม่พบว่าความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดขึ้นอยู่กับชนิดของไขมัน ระดับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล และโรคร่วมต่าง ๆ มากกว่าการดูตัวเลขเพียงค่าเดียว

แนวทางการดูแลไขมันในเลือดของสมาคมโรคหัวใจสหรัฐอเมริกา (ACC/AHA 2026) จึงให้ความสำคัญกับการกำหนด "เป้าหมาย LDL-C ตามระดับความเสี่ยง" เพื่อป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ไขมันในเลือดมีอะไรบ้าง

การตรวจ Lipid Profile ประกอบด้วย

1.Total Cholesterol (TC) คอเลสเตอรอลรวมทั้งหมดในกระแสเลือด

2. LDL Cholesterol (LDL-C) หรือ "ไขมันไม่ดี" เป็นไขมันที่มีบทบาทสำคัญในการเกิดหลอดเลือดแดงแข็งและโรคหัวใจ

3. HDL Cholesterol (HDL-C) หรือ "ไขมันดี" ช่วยนำคอเลสเตอรอลส่วนเกินกลับไปกำจัดที่ตับ

4. Triglyceride (TG) ไขมันสะสมที่เกิดจากพลังงานส่วนเกิน โดยเฉพาะจากแป้ง น้ำตาล และแอลกอฮอล์

ทำไม LDL-C จึงสำคัญที่สุด

ปัจจุบันมีหลักฐานทางการแพทย์จำนวนมากยืนยันว่า LDL-C เป็นสาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดแดงแข็ง เมื่อ LDL-C สะสมในผนังหลอดเลือดเป็นเวลานาน จะเกิดคราบไขมัน (Atherosclerotic Plaque) ทำให้หลอดเลือดตีบแคบและอาจอุดตันในที่สุด ผลที่ตามมา ได้แก่

  • กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย

แนวคิดสำคัญในปัจจุบันคือ "ยิ่งลด LDL-C ได้มากและปลอดภัย ความเสี่ยงโรคหัวใจยิ่งลดลง"

เป้าหมาย LDL-C ตามระดับความเสี่ยง

แนวทาง ACC/AHA ปี 2026 กลับมาเน้นการกำหนดเป้าหมาย LDL-C อย่างชัดเจน โดยแบ่งตามระดับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล

ใครอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง

กลุ่มที่ควรมี LDL-C ต่ำกว่า 70 mg/dL ได้แก่

  • ผู้ป่วยเบาหวานที่มีปัจจัยเสี่ยงร่วม
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงร่วมกับปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงจากการประเมินโดยแพทย์

ใครอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูงมาก

กลุ่มที่ควรมี LDL-C ต่ำกว่า 55 mg/dL ได้แก่

  • ผู้ที่เคยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
  • ผู้ที่เคยใส่ขดลวดหัวใจ
  • ผู้ที่เคยผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจ
  • ผู้ที่เคยเป็นโรคหลอดเลือดสมองจากหลอดเลือดตีบ
  • ผู้ที่มีโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย

ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความเสี่ยงเกิดเหตุการณ์ซ้ำสูงกว่าประชากรทั่วไปหลายเท่า

ทำไมค่า LDL-C ปกติ แต่ยังเป็นโรคหัวใจได้

หลายคนมีค่า LDL-C ไม่สูงมาก แต่ยังเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นที่ส่งผลต่อการเกิดโรค ได้แก่

  • เบาหวาน
  • ความดันโลหิตสูง
  • การสูบบุหรี่
  • โรคไตเรื้อรัง
  • ประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
  • ภาวะอ้วนลงพุง
  • การอักเสบเรื้อรัง

นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น

1. ApoB เป็นตัวแทนจำนวนอนุภาคไขมันที่ก่อโรคหลอดเลือด

2. Lipoprotein(a) หรือ Lp(a) เป็นปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมที่สัมพันธ์กับโรคหัวใจและหลอดเลือด

3. Non-HDL Cholesterol สะท้อนไขมันทุกชนิดที่สามารถก่อให้เกิดหลอดเลือดแดงแข็งได้

Triglyceride สูง อันตรายหรือไม่

Triglyceride สูงพบได้บ่อยในผู้ที่

  • รับประทานอาหารหวานมาก
  • เป็นเบาหวาน
  • มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน
  • มีไขมันพอกตับ
  • ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

ค่า Triglyceride

หากสูงมากกว่า 500 mg/dL อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน

HDL-C ยิ่งสูงยิ่งดีจริงหรือไม่

HDL-C เป็นไขมันที่ช่วยนำคอเลสเตอรอลกลับไปกำจัดที่ตับ โดยทั่วไป

  • ผู้ชายควรมี HDL-C มากกว่า 40 mg/dL
  • ผู้หญิงควรมี HDL-C มากกว่า 50 mg/dL

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการรักษาไม่ได้มุ่งเน้นการเพิ่ม HDL-C ด้วยยา แต่ให้ความสำคัญกับการลด LDL-C เป็นหลัก เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนว่าสามารถลดอัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้จริง

วิธีลดไขมันในเลือดตามแนวทางปัจจุบัน

ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร

  • ลดอาหารทอด
  • ลดไขมันอิ่มตัว
  • ลดอาหารแปรรูป
  • ลดเครื่องดื่มหวาน
  • เพิ่มผักและผลไม้
  • เพิ่มธัญพืชไม่ขัดสี
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • ควบคุมน้ำหนัก โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุง
  • งดสูบบุหรี่ ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์

ในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง อาจจำเป็นต้องใช้

  • Statins
  • Ezetimibe
  • PCSK9 inhibitors
  • Inclisiran

เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย LDL-C ตามแนวทางการรักษา

ใครบ้างควรตรวจไขมันในเลือด

  • ผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป
  • ผู้ป่วยเบาหวาน
  • ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
  • ผู้ที่มีโรคอ้วนหรืออ้วนลงพุง
  • ผู้สูบบุหรี่
  • ผู้ที่มีประวัติโรคหัวใจในครอบครัว
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
  • ผู้ที่ไม่เคยตรวจสุขภาพมาก่อน

แนวทางดูแลไขมันในเลือดปี 2026

ให้ความสำคัญกับการประเมินความเสี่ยงของแต่ละบุคคลและการกำหนดเป้าหมาย LDL-C ที่เหมาะสม โดยผู้ที่มีความเสี่ยงสูงควรควบคุม LDL-C ให้ต่ำกว่า 70 mg/dL และผู้ที่มีโรคหัวใจหรือหลอดเลือดแล้วควรควบคุมให้ต่ำกว่า 55 mg/dL

การตรวจไขมันในเลือดอย่างสม่ำเสมอ ร่วมกับการปรับพฤติกรรมและการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ สามารถลดความเสี่ยงโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

お電話ください

038-860-890

24時間対応

ご質問がある場合やスタッフに連絡したい場合

病院の住所

65/28 ถ.จันทอุดม ต.ท่าประดุ่
อ.เมือง จ.ระยอง 21000