မီနူး
โปรโมชั่นและแพ็คเกจ

ภาวะรองช้ำหรือพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ (Plantar Fasciitis): สาเหตุ อาการ และแนวทางการรักษา

ภาวะรองช้ำ หรือพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ (Plantar fasciitis) เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการปวดส้นเท้าในผู้ใหญ่ เกิดจากความผิดปกติของพังผืดใต้ฝ่าเท้า (plantar fascia) ซึ่งทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกและช่วยคงรูปของอุ้งเท้า

18 ส.ค. 2569

ภาวะรองช้ำหรือพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ (Plantar Fasciitis) สาเหตุ อาการ และแนวทางการรักษา

ภาวะรองช้ำ หรือ Plantar Fasciitis เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดส้นเท้าในผู้ใหญ่ เกิดจากความผิดปกติของ พังผืดใต้ฝ่าเท้า (Plantar Fascia) ซึ่งมีหน้าที่ช่วยรองรับแรงกระแทกและคงรูปของอุ้งเท้า

ปัจจุบันภาวะนี้ไม่ได้มองว่าเป็นเพียงการอักเสบเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับ การเสื่อมของเนื้อเยื่อ จึงอาจพบคำว่า Plantar Fasciopathy ใช้ในบางบริบททางการแพทย์ด้วย

กลไกการเกิดรองช้ำ

ภาวะรองช้ำมักเกิดจากแรงกระทำซ้ำ ๆ ต่อพังผืดใต้ฝ่าเท้า จนเกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อ เช่น

  • การฉีกขาดขนาดเล็กระดับจุลภาค (Micro-tears)
  • การเรียงตัวของคอลลาเจนผิดปกติ
  • การเกิดพังผืดและความเสื่อมของเนื้อเยื่อ

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังและความตึงของพังผืดใต้ฝ่าเท้า

ปัจจัยเสี่ยง

1. ปัจจัยด้านโครงสร้างของเท้า

  • เท้าแบน (Pes Planus)
  • เท้าโก่ง (Pes Cavus)
  • เอ็นร้อยหวายตึง

2. ปัจจัยด้านพฤติกรรม

  • ยืนหรือเดินเป็นเวลานาน
  • วิ่งหรือออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูง
  • สวมรองเท้าที่ไม่เหมาะสม

3. ปัจจัยด้านสุขภาพ

  • ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
  • อายุประมาณ 40–60 ปี
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง

อาการที่พบบ่อย

ลักษณะอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ปวดบริเวณด้านล่างของส้นเท้า
  • ปวดมากในช่วง ก้าวแรกหลังตื่นนอน
  • เมื่อเดินไปสักระยะอาการอาจดีขึ้น
  • เมื่อยืน เดิน หรือใช้งานเป็นเวลานาน อาการปวดอาจกลับมาอีก

แพทย์มักพบจุดกดเจ็บบริเวณด้านในของกระดูกส้นเท้า หรือ Medial Calcaneal Tubercle


การวินิจฉัย

  • การวินิจฉัยอาศัย
  • การซักประวัติอาการ
  • การตรวจร่างกาย

ในผู้ป่วยบางรายอาจมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น

  • Ultrasound ซึ่งอาจพบพังผืดใต้ฝ่าเท้าหนาตัวมากกว่า 4 มิลลิเมตร
  • MRI ในกรณีที่ต้องการช่วยวินิจฉัยแยกโรคอื่น
  • แนวทางการรักษา

1. การรักษาแบบอนุรักษ์

เป็นแนวทางหลักและได้ผลดีในผู้ป่วยส่วนใหญ่ ได้แก่

  • พักและปรับกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ
  • ยืดพังผืดใต้ฝ่าเท้าและเอ็นร้อยหวาย
  • ใช้แผ่นรองรองเท้า (Orthotics)
  • ใช้ยาต้านการอักเสบตามความเหมาะสม

2. กายภาพบำบัด

อาจประกอบด้วย

  • โปรแกรมยืดกล้ามเนื้อ
  • การเทปพยุงฝ่าเท้า
  • การใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัด เช่น Ultrasound Therapy

3. การรักษาขั้นสูง

หากอาการไม่ตอบสนองต่อการรักษาเบื้องต้น แพทย์อาจพิจารณาวิธีอื่น เช่น

  • การฉีดสเตียรอยด์
  • การรักษาด้วยคลื่นกระแทก ESWT (Extracorporeal Shock Wave Therapy)
  • การรักษาด้วยคลื่นวิทยุ

เมื่อไรควรพบแพทย์

ควรเข้ารับการประเมินหากมีอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดส้นเท้านานเกิน 2–4 สัปดาห์
  • อาการปวดรุนแรงขึ้น
  • ปวดจนรบกวนการเดิน
  • กระทบต่อการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน

สรุป

ภาวะรองช้ำหรือพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ มักเกิดจากการใช้งานพังผืดใต้ฝ่าเท้าซ้ำ ๆ จนเกิดการเสื่อมและความผิดปกติของเนื้อเยื่อ อาการเด่นคือ ปวดส้นเท้า โดยเฉพาะก้าวแรกหลังตื่นนอน

แนวทางรักษาหลักคือ การพักและปรับกิจกรรม การยืดพังผืดและเอ็นร้อยหวาย การใช้แผ่นรองรองเท้า และกายภาพบำบัด หากดูแลอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ကျန်းမာရေးဆောင်းပါးများ

Chularat Rayong Hospital

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

Chularat Rayong Hospital

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

ကျွန်ုပ်တို့ကိုခေါ်ပါ

038-860-890

24 နာရီ ဝန်ဆောင်မှု

မေးခွန်းများရှိပါက သို့မဟုတ် ဝန်ထမ်းများကို ဆက်သွယ်လိုပါက

ဆေးရုံလိပ်စာ

65/28 ถ.จันทอุดม ต.ท่าประดุ่
อ.เมือง จ.ระยอง 21000